ตำราว่านในยุคที่สอง : ยุคเฟื่องฟู

ตำราว่านในยุคที่สอง : ยุคเฟื่องฟู

ยุคนี้เป็นยุคที่วงการว่านมีความเฟื่องฟูมาก ตลาดการซื้อขายว่านมีความคึกคักเป็นพิเศษ เป็นยุคที่วงการว่านเฟื่องฟูขนาดที่มีการจัดการประกวดว่านออกทางทีวีด้วย โดยแพร่ภาพออกทาง สถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง ๗(๑)  โดยนับตั้งแต่ยุคหลัง ปี พ.ศ.๒๕๒๐ จนถึง พ.ศ.๒๕๒๖ ซึ่งต่อมาเมื่อถึงจุดอิ่มตัวแล้ววงการว่านก็ค่อยๆซบเซาลง

การจัดการประกวดว่านออกทางทีวี
การจัดการประกวดว่านออกทางทีวี

ตำราว่านในยุคนี้ มีลักษณะเด่นที่เห็นได้ชัดเจนคือ ตำราแทบทุกฉบับจะมีภาพสีประกอบคำบรรยายลักษณะว่าน ซึ่งส่วนใหญ่ได้คัดลอกมาจาก “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” ของสมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทย โดยนายเลื่อน กัณหะกาญจนะ ภาพต้นว่านที่นำมาลงก็จะตรงกับคำบรรยายลักษณะตามที่ได้คัดลอกมาบ้าง ใกล้เคียงกันบ้าง หรือคำบรรยายกับภาพไปคนละทิศละทางกันเลยก็มี และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ บางฉบับถือโอกาสแก้คำบรรยายลักษณะว่านให้ตรงกับภาพต้นว่านของตัวเองเสียเลยก็มี(๒)

จุดๆนี้นี่เองที่ทำให้ นักเล่นว่านในยุคหลังๆเกิดอาการงงเต็ก ดีไม่ดีมีการตีกันเองในเรื่องของข้อมูลในหมู่นักเลงว่านด้วยกันเสียด้วยซ้ำไป เพราะต่างยึดตำรากันคนละเล่มกัน หากไล่เลียงกันลึกๆก็ยากที่จะหาข้อสรุปที่แท้จริงได้ ซึ่งในลำดับต่อไปผู้เขียนจะได้นำข้อมูลมาเจาะลึก วิเคราะห์หาต้นว่านที่แท้จริงหลายๆต้นที่มีปัญหามาฝากแฟนๆคอลัมน์ในฉบับต่อๆไปครับ

ตำราว่านยุคที่สองนี้ มีภาพสีประกอบชัดเจน แบบที่ว่าแทบไม่ต้องอ่านลักษณะของว่านประกอบเลย เพียงเห็นภาพก็นึกรู้ได้ทันทีว่าเป็นว่านต้นไหน เคยมีหรือเคยเห็นที่ไหนมาก่อนหรือไม่อย่างไร ซึ่งตรงนี้แหละที่เป็นทั้งข้อดีและข้อเสียอย่างร้ายแรงของตำราว่านในยุคใหม่ๆ ถ้าตำราเล่มนั้นนำเอาภาพที่ถูกต้องมาลงก็ดีไป แต่ถ้านำเอาภาพของต้นอื่นที่มีลักษณะใกล้เคียงกันมาลงล่ะ หรือนำเอาภาพที่ไม่ได้ใกล้เคียงกับว่านต้นจริงเลย แต่ว่าตัวเองหรือพรรคพวกมีไม้ต้นนี้อยู่เยอะก็เลยนำมาลงเป็นว่านเพื่อที่จะขายไม้ต้นนี้ล่ะ

ผู้ที่ซื้อตำราเล่มนั้นๆ มาแทบจะไม่มีโอกาสได้รู้ความจริงเลยว่าโดนเขาหลอกเข้าแล้ว มิหนำซ้ำยังจะช่วยโฆษณาประชาสัมพันธ์ให้ผู้อื่นหลงผิดตามๆ กันไปเสียอีก โดยอ้างจากตำราเล่มนั้นๆ แหละเป็นหลักฐาน ว่ามีว่านชื่อนี้รูปร่างหน้าตาต้องเป็นอย่างนี้นะ ครั้นไปเจอเอาว่านต้นจริงเข้ากลับหาว่าของเขาเป็นของปลอมไปเสียอีก(๒)

ดอกว่านแสนพันล้อม
ดอกว่านแสนพันล้อม

เหตุนี้เองนักเล่นว่านจึงได้แตกออกเป็นสามกลุ่มใหญ่ ๆ คือ

๑. นักเล่นว่านหัวอนุรักษ์นิยม นักเล่นว่านกลุ่มนี้เป็นผู้มีความรู้มาก และส่วนมากก็อายุมากด้วย มักเป็นผู้รู้จริง ว่าว่านที่แท้ๆเป็นอย่างไร และปฏิเสธว่านตั้งเองใหม่ๆทุกกรณี จนบางครั้งก็ไปปฏิเสธว่านแท้จริงๆอีกสายวิชาหนึ่งเข้าไป เพราะต้องยอมรับโดยหลักการว่า

ไม่มีใครรู้ได้ลึกซึ้งหรือถูกต้องในทุกๆเรื่อง

เพราะอย่าลืมนะว่า ว่านกับไสยศาสตร์เป็นของคู่กันมาช้านานแล้ว และวิชาไสยศาสตร์นั้น ก็มักมีกฎข้อห้ามเกี่ยวกับวิชา เกี่ยวกับการบังวิชา การห้ามเผยแพร่วิชาเอาไว้ด้วย ทั้งนี้มิใช่ว่าโบราณท่านจะเป็นผู้มีจิตใจคับแคบ แต่ที่ทำไปก็ด้วยต้องการรักษา ความบริสุทธิ์ของวิชา เอาไว้นั่นเอง ดังนั้นว่านที่เล่นหากันในภาคหรือกลุ่มหนึ่งๆ กลุ่มอื่นๆอาจจะไม่ทราบว่าเป็นว่านก็ได้

๒. นักเล่นว่านร่วมสมัย เป็นกลุ่มนักเล่นว่านที่รู้และเข้าใจธรรมดาของโลก มีความเข้าใจว่าว่านตัวไหนแท้จริง ตัวไหนตั้งเอง ตัวไหนเป็นว่านเฉพาะกลุ่มที่ปฏิเสธไม่ได้ แต่ก็รู้ยอมรับในว่านทุกๆตัว

ด้วยเพราะกาลเวลามันผ่านมาเนิ่นนาน จนความรู้เรื่องว่านนั้นเป็นคติชนนิยมไปแล้ว

ก็ต้องทำใจยอมรับ แต่ก็จะขมวดเป็นองค์ความรู้ปิดท้ายเวลาถ่ายทอดเสมอว่า ว่านตัวนี้เขาตั้งกันเองนะ ว่านตัวนี้เป็นที่ยอมรับของกลุ่มนั้นกลุ่มนี้เขาเล่นหากันนะ

๓. นักเล่นว่านสมัยใหม่ เป็นกลุ่มนักเล่นว่านหน้าใหม่ ที่มักเกิดไม่ทันข้อมูล หรือเหตุการณ์ต่างๆ สำคัญๆในวงการณ์ว่าน มีความรู้เรื่องการเล่นว่านจากตำรายุคใหม่ๆ ตลอดจนตามร้านค้าว่าน กลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีมากในปัจจุบัน ก็แน่ล่ะ เพราะสองกลุ่มข้างต้นก็โรยรา ไปกันหมดแล้ว เหตุนี้นี่เองที่ผู้เขียนต้องรีบรวบรวมเรียบเรียงข้อมูล ให้ชัดเจนที่สุดเพื่อมิให้วงการว่านผิดเพี้ยนไปจากเดิมมากนัก แม้จะมิสามารถรักษาความบริสุทธิ์ของวิชาเอาไว้ได้อย่างหมดจดก็ตาม แต่ก็ขอทำหน้าที่ชำระ รักษามรดกของชาตินี้เอาไว้ ให้ชัดเจนและดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ

ตำราว่านในยุค พ.ศ.๒๕๒๐ จนถึง พ.ศ.๒๕๒๖ นี้ มีมากมายจนไม่แน่ว่าจะมีทั้งหมดกี่เล่มกันแน่ เท่าที่ผู้เขียนพยายามติดตามเก็บรักษาเอาไว้ เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลอ้างอิงนั้นเรียงตามลำดับการจัดพิมพ์ และนักเขียนที่เขียน ได้แก่

อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์
อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์

๑) “อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์ ๑ – ๒” โดย เชษฐา พยากรณ์(๓,๔) รวบรวมพิมพ์ เล่ม ๑ พ.ศ. ๒๕๒๑ เล่ม ๒ พ.ศ. ๒๕๒๒ การที่ผู้คนเกิดการตื่นตัว หันมานิยมเล่นว่านกันอย่างบ้าคลั่งในช่วงนั้น สาเหตุหนึ่งก็เพราะ อาจารย์เชษฐา นำเอาเรื่องว่านไปเขียนลง “ตะลุยดงว่าน” ในนิตยสารมหัศจรรย์ในช่วงแรกๆ แล้วนำมารวมพิมพ์เป็นเล่มในภายหลัง(๒) โดยนักเลงว่านหลายๆท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าวิชาความรู้เรื่องว่านนั้น ข้อมูลและต้นว่านจำนวนไม่น้อยท่านรับมาจาก ป้าบุญช่วย ใจจันทึก(ใจยุติธรรม)ครับ

๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์
๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์

ตำราของ อ.เชษฐานอกจากเล่มนี้แล้วยังมี “๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๑ ” , “ตะลุยดงว่าน เล่ม ๑-๒” , “ปัญหาว่าน ๑๐๘” และ “สารพันปัญหาว่าน“  ซึ่งจัดพิมพ์ขึ้นใน พ.ศ.๒๕๒๒ รวมแล้ว ๗ เล่มด้วยกัน

สารพันปัญหาว่าน
สารพันปัญหาว่าน

ถึงแม้ชื่อจะต่างกันแต่เนื้อหาก็คล้ายคลึงกัน ตำราของเชษฐาจะเน้นจุดเด่นที่ภาพต้นว่านหรือหัวว่านซึ่งถ่ายไว้ชัดเจนดีมาก และยังให้รายละเอียดเรื่องฤกษ์ยามคาถาอาคมในส่วนที่เกี่ยวข้องกับว่านไว้ค่อนข้างเยอะ(๒) โดยเฉพาะหนังสือตะลุยดงว่านเล่มที่ ๒ ครับ

ตำราว่าน ๑๐๘ และสมุนไพร เล่ม 2
ตำราว่าน ๑๐๘ และสมุนไพร เล่ม 2

๒) “ตำราว่าน ๑๐๘ และสมุนไพร เล่ม ๑๒” โดย แสวง เพชรศิริ รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.๒๕๒๓ และ ๒๕๒๕ ตามลำดับ โดยขณะที่เชษฐาเขียนตะลุยดงว่านลงมหัศจรรย์นั้น แสวง เพชรศิริ ก็เขียน “สารพัดว่าน” ลงเดลินิวส์ทุกวันจันทร์เช่นกัน สองแรงกระตุ้นจึงส่งผลให้ความนิยมว่านในช่วงนั้นพุ่งกระฉูด คุณแสวงนั้นได้ครูว่านดี คืออาจารย์มา เครื่องทองดี จากโคกสำโรง ลพบุรี(๒) ซึ่งแกจะคอยเอาว่านจากป่าและจากสวนว่านของแกซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในบรรดาปรามาจารย์ว่านในยุคนั้นเข้ามาขายที่ตลาดว่านในกรุงเทพอยู่เป็นประจำ(๓)

๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๒
๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๒

๓) “๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๒” โดย ส. เปลี่ยนศรี(๒)(สละ เปลี่ยนศรี) รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.๒๕๒๔  อาจารย์ ส. เปลี่ยนศรี ได้เป็นผู้เขียน ว่านและตอบปัญหายาสมุนไพร หนังสือพิมพ์รวมไทย, “ตะลุยดงว่าน” ลงมหัศจรรย์ในช่วงหลังและเขียนอยู่หลายปี ท่านมีความรู้ในเรื่องว่านยาสมุนไพรดีมากทีเดียว มีน้อยคนที่รู้ความจริงว่าท่านเป็นพระ(๒) ท่านคือ พระครูวิฑิตวรเวช หรือหลวงปู่อินทร์ เจ้าอาวาสวัดท่าราบ ราชบุรี  ท่านเป็นผู้อำนวยการและประธานชมรมโรงเรียนแพทย์แผนโบราณในชนบท และชมรมอนุรักษ์สมุนไพร วัดท่าราบ จ.ราชบุรี  โดยปัจจุบันท่านมรณภาพแล้วครับ โดยตอนนี้ท่านยังมีผู้สืบทอดองค์ความรู้เรื่องว่านคือ ลุงเกษม ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ ตำบลตำปูน อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี(๓)(ปัจจุบันท่านสุขภาพไม่แข็งแรงอาจจะไม่สะดวกที่พบปะผู้คนเท่าไรครับ)

คู่มือดูว่าน
คู่มือดูว่าน

๔) “คู่มือดูว่าน” ของสมาคมว่านแห่งประเทศไทย โดยนายโอภาส ขอบเขตต์ รวบรวมพิมพ์ พ.ศ.๒๕๒๕ ภาพต้นว่านทั้ง ๓๗๖ ชนิดในตำราเล่มนี้ถ่ายจากต้นจริงที่สวนว่านของอาจารย์หล่อ ขันแก้ว ที่ห้วยจรเข้ นครปฐม คุณโอภาส ขอบเขตต์ นั้นจบวนศาสตร์บัณฑิต ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง “ลักษณะภายนอก และประโยชน์ของว่านบางชนิด” จบวิทยาศาสตร์มหาบัณฑิต เมื่อ พ.ศ.๒๕๑๔ ด้วยวิทยานิพนธ์เรื่อง “สัณฐานวิทยาของว่านบางชนิดในวงศ์ขิง”

ส่วนอาจารย์หล่อ ขันแก้ว นั้นเป็นผู้ดำรงตำแหน่งนายกสมาคมว่านแห่งประเทศไทยคนแรก มีความรู้ในเรื่องว่านยาสมุนไพรดีมาก เป็นผู้ที่ปลูกว่านมากกว่า ๓๐๐ ชนิด ในเนื้อที่ ๔ ไร่กว่า(๒) เป็นผู้ที่ศึกษาเรื่องว่านอย่างจิงจังเมื่ออายุ ๒๑ ปี เมื่อครั้งสมัยที่ยังไม่มีการเล่นว่านกันอย่างแพร่หลาย จนกระทั่งเมื่ออายุได้ ๔๔ ปี ได้รวบรวมพันธ์ว่านจากที่ต่างๆเกือบทั่วประเทศ เป็นผู้ริเริ่มจัดตั้งชมรมว่านนครปฐม ซึ่งต่อมากลายเป็นสมาคมว่านแห่งประเทศไทยในที่สุด

อ.หล่อนี้เป็นผู้ที่ศึกษาว่านอย่างจริงจังท่านหนึ่ง ถึงขนาดที่สามารถฆ่าปรอทให้เป็นปรอทกายสิทธิ์ด้วยว่านได้สำเร็จ น่าเสียดายที่ไม่มีใครรับสืบทอดวิชาการฆ่าปรอทด้วยว่านนี้จากท่านอย่างเป็นรูปธรรม แม้แต่รังว่านของท่านก็ไม่มีใครสืบทอด ว่านต้นแท้ในสายท่านจึงกระจัดกระจายไปในที่ต่างๆ เช่น เดียวกับว่านในสายของปรามาจารย์ว่านท่านอื่นๆ ทำให้เห็นสัจธรรมของโลกที่ว่าใดๆย่อมไม่เที่ยง อย่างชัดเจนทีเดียว…

เมื่อเซียนทั้ง ๒ ด้านมาเจอกัน แถมยังมีสมาคมว่านแห่งประเทศไทยการันตีให้อีก ลองนึกดูซิว่าตำราเล่มนี้จะน่าใช้เพียงใด(๒)  ภาพสีทั้งเล่ม ๓๐๐ กว่าภาพ แต่น่าเสียดายที่รูปอัดแน่นจนมีขนาดเล็กเกินไปเมื่อเทียบกับรูปในหนังสือของ อ.เชษฐา  ครับ

อีกเล่มหนึ่งคือหนังสือ หนังสือภาพว่านยา ไม้ประดับ โดย คงคา ธนาคม และ อ.หล่อ ขันธ์แก้ว  หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือในฝันของใครหลายๆท่าน  และค่อนข้างจะหายากเสียด้วย ด้วยเสน่ห์ของหนังสือเล่มนี้คือ มีภาพดอกว่านที่มากที่สุดในบรรดาหนังสือว่านต่างๆที่เคยตีพิมพ์มา เป็นหนังสือที่ใช้เวลาเก็บรวบรวมภาพต้นและดอกว่านในสวนของ อ.หล่อ ขันแก้ว เป็นเวลาต่อเนื่องกันเกือบหนึ่งปีเต็มครับ

ชุมนุมว่านยา และไม้มงคล
ชุมนุมว่านยา และไม้มงคล

๕) “ชุมนุมว่านยา และไม้มงคล” โดย บัว ปากช่อง และ จำลอง พิศนาคะ มี 2 แบบคือชนิดปกแข็งและปกอ่อน โดยเล่มปกแข็งเล่มดั้งเดิม ภาพจะมีความคมชัดของเฉดสีมากกว่า บัวปากช่องเขียนและถ่ายรูปจาก ”รังว่านบุญช่วย“  ของป้าบุญช่วย ใจยุติธรรม(นามสกุลเดิม ใจจันทึก) อาจารย์ว่านหญิงหนึ่งเดียวที่เป็นที่นับถือกันในวงการว่านมาก จนถือเป็นสายทางว่านอีกสายหนึ่ง

โดยหาคนทราบน้อยมากว่าแท้จริงแล้วป้าบุญช่วยก็ได้รับข้อมูลว่านเชิงลึกจาก อ.หล่อ ขันแก้ว และอีกหลายๆสำนัก (อ.หล่อ ศึกษาว่านจากอ.เริ่ม ซึ่งเป็นอาจารย์ว่านที่เก่งมากคนหนึ่ง โดย อ.เริ่มนี้ เป็นรุ่นทันยุคเดียวกับ อ.ชั้น หาวิธี ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าหากจะเช็คว่าว่านต้นใดที่หาต้นจริงได้ในยุคนั้นแล้ว ให้ดูที่ตำรา อ.ชั้น เพราะแกเขียนตำราขึ้นมาจากว่านที่มีอยู่จริงในยุคนั้นเท่านั้นครับ)(๔)

โดยป้าบุญช่วยเคยเปิดขายว่านอยู่ที่กรุงเทพฯ ต่อมาท่านได้ย้ายไปใช้ชีวิตในบั้นปลายที่ เชียงใหม่ มีสวนว่านและต้นไม้ชื่อสวน ”สวนเทพประชุมพร” จนถึงแก่กรรม(๔) ปัจจุบันมีลูกศิษย์ในสายนี้อยู่ที่เชียงใหม่หลายคน แต่ท่านที่ยังรักษาวิชาและเพิ่มเติมองค์ความรู้จนเป็นที่ยอมรับในวงการว่านเล็กๆในปัจจุบันที่มีการเล่นหากันจริงๆจังไม่กี่คนในประเทศ คือคุณนพคุณ คุมา ครับ

ในหนังสือเล่มนี้อ่านแล้วเพลินดี สำนวนเป็นแบบบ้านๆอ่านแล้วเห็นภาพพจน์และกระตุ้นต่อมความอยากจะสรรหาว่านแต่ละตัวมาครอบครองทีเดียว จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อีกอย่างคือ ว่านบางรายการได้บอกจุดสังเกตที่ใช้แยกแยะกับว่านที่มีลักษณะใกล้เคียงกันไว้อย่างชัดเจน

พืชที่เรียกว่าน
พืชที่เรียกว่าน

๖) “พืชที่เรียกว่าน” โดย วิชัย อภัยสุวรรณ ตำราเล่มนี้อาจจะไม่สามารถเรียกได้ว่าตำราว่าน แต่ก็เป็นตำราที่มีคุณค่ามาก เพราะเป็นเสมือนวัคซีนที่ฉีดสำหรับเป็นภูมิคุ้มกันว่านเก๊ ได้เป็นอย่างดีทีเดียว เพราะเนื้อหาในหนังสือเล่มนี้ เรียกว่าออกมาแฉแหลก และระบุอย่างตรงไปตรงมาแบบนักวิชาการพันธุศาสตร์ ว่าต้นไหนมาจากแหล่งกำเนิดใด มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่าอะไร สมควรที่จะเรียกว่าว่านหรือไม่

แต่หนังสือเล่มนี้ก็มีจุดอ่อนคือ ตัวผู้เขียนเองที่เขียนออกจะวิชาการจ๋า จนลืมเข้าใจในหลักสังคมวิทยา หลักคติชนวิทยา และหลักไสยศาสตร์ของไทยอย่างแท้จริง แนวการเขียนจึงออกจะปฏิเสธการมีอยู่จริงของว่าน  ซึ่งเป็นหลักความเชื่อที่เป็นเปลือกรักษาแก่น และเป็นศาสตร์ที่มีส่วนช่วยดำรงชาติบ้านเมืองมาช้านานตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

แต่อย่างไรเสียก็ถือว่าเจตนาของผู้เขียนนั้นดีเยี่ยม ที่กล้าเขียนออกมาอย่างตรงไปตรงมาด้วยหลักฐานทางวิชาการที่ชัดเจน เพื่อเตือนสติคนในยุคถือมงคลตื่นข่าว ตื่นว่านจนเกินพอดี และเพื่อมิให้คนเล่นว่านต้องตกเป็นเหยื่อของพ่อค้า-แม่ค้า ที่จ้องจะเอาประโยชน์จากความคลั่งว่านของคนในยุคนั้น เป็นหนังสือเล่มหลักเล่มหนึ่งที่ผู้เขียนแนะนำให้หามาอ่านครับ

ว่านและ-ไม้มงคล ๓๐๔ ชนิด
ว่านและ-ไม้มงคล ๓๐๔ ชนิด

๗) “ว่านและ-ไม้มงคล ๓๐๔ ชนิด” โดย พรานเฒ่า เป็นหนังสือที่ประกอบไปด้วยว่านพร้อมภาพประกอบ จำนวน ๒๐๐ กว่าชนิด แถมด้วยไม้ต่างประเทศ ไม้มงคล โกศล ไม้ประดับที่ในยุคนั้นกำลังเล่นหากัน หนังสือเล่มนี้หากได้อ่านแล้วทำให้สามารถวินิจฉัยแยกแยะว่านจริง กับว่านตั้งเองได้พอสมควร เพราะได้รวบรวมไม้มงคล(ไม้ต่างประเทศ) เอาไว้หลากหลายชนิดที่วงการว่านยุคหลังจับใส่เป็นว่านซะงั้น ทำให้คนเล่นว่านยุคหลังสับสนกันมาก

ภาพต้นว่านส่วนใหญ่ในหนังสือเล่มนี้ ถ่ายจากต้นว่านจากรังว่าน ของป้าบุญช่วย ใจยุติธรรม ซึ่งสมัยนั้นเปิดร้านขายว่านอยู่ที่ โรงแรมรอแยล กทม. และร้าน “นวลจันทร์พันธ์ไม้”, “ทับทิม”, “ศรีสยาม” ในตลาดต้นไม้ย่านถนนรัชดาภิเษก(๕)

จุดเด่นของหนังสือเล่มนี้อีกอย่างคือ ว่านบางรายการได้บอกจุดสังเกตที่ใช้แยกแยะกับว่านที่มีลักษณะใกล้เคียงกันไว้อย่างชัดเจน เช่นเดียวกับหนังสือ “ชุมนุมว่านยา และไม้มงคล” ครับ

สารานุกรมว่านไทย ฉบับสมบูรณ์
สารานุกรมว่านไทย ฉบับสมบูรณ์

๘) “สารานุกรมว่านไทย ฉบับสมบูรณ์” โดย ทัศนา ทัศนมิตร และดำรงศักดิ์ นาคนิยม ตีพิมพ์ พ.ศ.๒๕๒๖ เป็นหนังสือว่านที่ผู้เขียนแนะนำอีกเล่มหนึ่ง ด้วยเนื้อหาสาระที่เป็นเอกลักษณ์ส่วนตัว

ถ้าเป็นมวยก็เรียกได้ว่าเป็นทางมวยทางหนึ่ง นับเป็นทางของว่านที่แตกต่างออกไปจากที่เคยเล่นหากันมา

ด้วยเสน่ห์ขององค์ความรู้ทางความเชื่อ พิธีกรรม การดูแล และการใช้ประโยชน์จากว่านแตกต่างจากตำหรับกบิลว่านเล่มสากล(กบิลว่านฉบับภาคกลาง) ที่แพร่หลายกันทั่วไป เช่น ประวัติความเป็นมาของว่าน คาถาที่ใช้ดูแลว่าน ตลอดจนพิธีกรรมในการกู้ว่าน รวมถึงฤกษ์ต่างๆที่เกี่ยวกับว่าน น่าเสียดายที่หนังสือเล่มนี้ตีพิมพ์ในช่วงที่การเล่นว่านเริ่มซาลงแล้ว ทำให้หนังสือดีๆเล่มนี้ไม่ค่อยจะมีคนรู้จักเท่าไร และก็ไม่ค่อยมีใครคัดลอก อ้างอิงบทความในหนังสือเล่มนี้ไปลงในหนังสือว่านยุคหลังจากนี้ เรียกว่าผู้เขียนไม่เห็นเลยสักเล่มก็ว่าได้ แต่ก็นับเป็นข้อดีที่ช่วยรักษาความบริสุทธิ์ของวิชาไปในทางอ้อม

หนังสือเล่มนี้เขียนขึ้นโดยคุณทัศนา ทัศนมิตร ซึ่งเคยเขียน “กบิลว่าน ๑๐๘” (ร่วมกับคุณสมาน คัมภีร์ ตีพิมพ์เมื่อ พ.ศ. ๒๕๑๖) คราวนี้ได้อาจารย์ผู้มีความรู้เรื่องว่านนอกตำรับกบิลว่าน (หมายถึงกบิลว่านฉบับภาคกลางที่เป็นที่แพร่หลายกันมาโดยตลอด) นับเป็นทางว่านอีกตำหรับหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียว ท่านผู้นี้คือ คุณดำรงศักดิ์ นาคนิยม ซึ่งได้เรียนวิชาว่าน สมุนไพร และไสยศาสตร์มาจากปู่ เมื่อครั้นปู่เสียชีวิต ก็ได้บวชเป็นสามเณรทดแทนคุณ กับหลวงตารูปหนึ่งซึ่งจำศีลอยู่ในถ้ำในเขตจังหวัดจันทบุรี พร้อมกับได้เรียนวิชาว่าน สมุนไพร และไสยศาสตร์เพื่อช่วยหลวงตาท่านคอยสงเคราะห์แก่คนในละแวกนั้น(๖)

ความจริงแล้วตำราในยุคนี้ยังมีอีกหลายเล่มมากแต่ผู้เขียนขอคัดมาเฉพาะเล่มหลักๆที่น่าสนใจ เล่มที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตลอดจนมีข้อมูลผิดพลาดน้อย มานำเสนอให้แฟนๆคอว่านเพียงแค่นี้เท่านั้นครับ

อนึ่งถึงแม้ตำราทั้ง ๘ ชุดนี้ จะค่อนข้างมีข้อผิดพลาดน้อย การมีภาพประกอบทำให้ง่ายต่อการเล่นหา แต่ถ้าจะให้ได้ว่านที่ถูกต้องตรงตามที่มีบันทึกอยู่ในตำราดั้งเดิมจริงๆ ก็จำเป็นที่จะต้องมีตำราในยุคก่อนเพื่อไว้ใช้ในการเทียบเคียงตรวจสอบลักษณะว่านอยู่ดี และถ้าหากไม่สามารถหาได้ครบทุกเล่ม(ซึ่งเป็นเรื่องยากมากเพราะผู้เขียนเองก็ยังไม่ครบเลย) ก็ขอแนะนำ “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน “ ของสมาคมพฤกษชาติ โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ นั่นแหละครับ ถ้าหาดีๆตามร้านหนังสือเก่าคงพอหาได้อยู่บ้าง หรือตามห้องสมุดมหาวิทยาลัยต่างๆ ก็ยังพอหายืมมาอ่านได้ อ้อ…ตำราชุดนี้มีสองเล่มนะครับ คือเล่มแดงซึ่งพิมพ์ครั้งแรกๆ หายากกว่าแต่ไม่สมบูรณ์ สู้พิมพ์ครั้งหลังฉบับสมบูรณ์ซึ่งเป็นเล่มสีเขียวพิมพ์แพร่หลายกว่า ดังที่เคยลงให้ดูในฉบับก่อนหน้านี้ครับ

พบกันใหม่ฉบับหน้ากับว่านตระกูลที่เรียกว่า ”เศรษฐี…” ว่านที่เชื่อกันว่าจะสร้างความมั่งคั่งสมบูรณ์ให้แก่ผู้ปลูกเลี้ยงดูแล คั่นรายการก่อนที่ผู้เขียนจะกล่าวถึงตำราว่านในยุคปัจจุบัน เดี๋ยวจะหาว่าผมเก่งแต่เอาตำราว่านมาอวดมาบรรยายแต่ไม่รู้จริงเรื่องต้นว่าน  โปรดติดตามในฉบับหน้าห้ามพลาดกันเด็ดขาดเลยนะครับ

ผู้เรียบเรียงและเขียน: อรรถวัติ กบิลว่าน

ผู้เผยแพร่ หมอก็อต คลินิกแพทย์แผนไทย ลำพูน (โฮงยาพรมธวิหารฐ์)

๑๙ ส.ค. ๒๕๕๓
——————————————————-

  1. คัมภีร์ว่านและไม้มงคล โดย สนั่น ทวีสมบัติ
  2. “ตำราว่าน” ยุคปัจจุบัน โดย ซาน
  3. คำสัมภาษณ์ คุณณรงค์ศักดิ์ ค้านอธรรม
  4. คำสัมภาษณ์ คุณนพคุณ คุมา
  5. “ว่านและ-ไม้มงคล ๓๐๔ ชนิด” โดย พรานเฒ่า
  6. สารานุกรมว่านไทย ฉบับสมบูรณ์   โดย ทัศนา ทัศนมิตร และดำรงศักดิ์ นาคนิยม