ว่านที่เรียกว่าเสน่ห์จันทน์

ว่านที่เรียกว่าเสน่ห์จันทน์

หลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ(วัดถ้ำเมืองนะ)พระสงฆ์โพธิสัตว์ที่เปลี่ยมไปด้วยเมตตา
หลวงตาม้า วัดพุทธพรหมปัญโญ(วัดถ้ำเมืองนะ)พระสงฆ์โพธิสัตว์ที่เปลี่ยมไปด้วยเมตตา

สวัสดีครับแฟนๆคอลัมน์หว้านฯ ทุกๆท่าน หลังจากที่ผมห่างหายไปเสียนาน ก็มีบุญใหญ่อันเกิดจากการที่ผมได้มีโอกาสไปบวชเพื่อปฏิบัติธรรมที่วัดถ้ำเมืองนะ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่มาฝากครับ โดยตลอดเวลา ๑ พรรษาเศษที่บวชอยู่ที่วัดถ้ำเมืองนะนั้น การฝึกฝนทางจิตและทางธรรมมีความก้าวหน้าในบางประเด็นพอสมควร ถือว่าได้ทำหน้าที่ลูกและชายไทยอย่างสมบูรณ์แล้ว อย่างไรก็อนุโมทนาในบุญด้วยกันนะครับ

และเพื่อไม่ให้พลาดโอกาสอันดี พร้อมกันนี้ทางผมเองก็ได้ขอโอกาสกราบขอหลวงตา ขอว่านในเขตวัดถ้ำเมืองนะมาปลูกหลายต้นด้วยกัน(ชำระหนี้สงฆ์แล้ว) นับว่าเป็นว่านต้นครูที่อัดกำลังจักรพรรดิเต็มๆเพราะเสียงสวดมนต์ที่วัดในทุกๆวันนั้นดังไปถึงดงว่านแห่งนี้ครับ ซึ่งในวาระอันสมควรต่อไปอาจได้เขียนเกี่ยวกับเรื่องนี้เพื่อเล่าสู่กันฟังครับ

ในบรรดาว่านที่ใช้ในทางเมตตานั้นว่านกลุ่มที่มีกลิ่นหอม จนถูกกล่าวขนานนามว่า “เสน่ห์จันทน์” (ในบทความนี้จะไม่ใช้คำว่าจันทร์ ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ แต่จะใช้คำว่าจันทน์ซึ่งหมายถึง “หอม” จากลักษณะร่วมกันของพืชกลุ่มนี้คือมีกลิ่นหอม โดยจะหอมแตกต่างกันไปไม่เหมือนกลิ่นน้ำมันจันทน์หรือไม้จันทน์เสียทีเดียวนัก)

ในตำราเก่ากล่าวว่า ว่านกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่มีผู้รู้จัก และเล่นหากันนับเป็นเวลาหลายร้อยปี ตั้งแต่สมัยขุนวรวงศ์ษาธิราชสมัยหนึ่ง และสมัยพระนารายณ์มหาราชสมัยหนึ่ง จวบจนกระทั่งปัจจุบัน(๓)  

ว่านกลุ่มที่เรียกว่าเสน่ห์จันทน์นี้ในตำราว่านยุคเก่าเท่าที่ผู้เขียนมีนั้น ได้กล่าวถึงว่านกลุ่มชื่อนี้ได้แก่

  • ลักษณะว่าน : นายชิต วัฒนะ กล่าวถึงว่านเสน่ห์จันทน์(๑)
  • ตำหรับ กระบิลว่าน : หลวงประพัฒสรรพากร กล่าวถึง ว่านเสน่หจันทน์ ว่านเสน่ห์จันทน์ขาว ว่านเสน่ห์จันทน์แดง (๒)
  • คู่มือนักเล่นว่าน : ล.มหาจันทร์ กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทร์ธรรมดา(เหลือง), ว่านเสน่ห์จันทร์แดง ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว(๓)
  • ตำราสรรพคุณยาไทย ว่าด้วยลักษณะกบิลว่าน : นายไพทูรย์ ศรีเพ็ญ กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทน์, ว่านเสน่ห์จันทน์ขาว, ว่านเสน่ห์จันทน์แดง ว่านเสน่ห์จันทน์เขียว(๔)
  • ตำราดูว่านและพระเครื่องพระบรมธาตุ : ชัยมงคล อุดมทรัพย์ กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทร์, ว่านเสน่ห์จันทร์แดง, ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว(๕)
  • ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด : พยอม วิไลรัตน์ กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันมหาโพธิ์, ว่านเสน่ห์จันแดง, ว่านเสน่ห์จันทอง, ว่านเสน่ห์จันหอม(๖)
  • ตำราปลูกและดูลักษณะว่าน : อุตะมะ สิริจิตโต กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทร์หอม, ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว, ว่านเสน่ห์จันทร์แดง, ว่านเสน่ห์จันทร์เหลือง (ธรรมดา), ว่านเสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์(๗)
  • ตำราว่านวิเศษอันศักดิ์สิทธิ์ : อาจารย์ชั้น หาวิธี กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์ ว่านเสน่ห์จันทน์แดง ว่านเสน่ห์จันทน์เขียว ว่านเสน่ห์จันทน์ขาว ว่านเสน่ห์จันทน์ทอง ว่านเสน่ห์จันทน์หอม(๘)
  • ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน : นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ กล่าวถึง เสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์เขียว เสน่ห์จันทร์แดง เสน่ห์จันทร์ทอง เสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ เสน่ห์จันทร์หอม(๙)
  • ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์ : ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น กล่าวถึง ว่านเสน่ห์จันทร์ ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ว่านเสน่ห์จันทร์แดง ว่านเสน่ห์จันทร์เขียว ว่านเสน่ห์จันทร์ทอง(๑๐)
  • กบิลว่าน ๑๐๘ : สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร กล่าวถึง เสน่ห์จันทร์มหาโพธิ์ เสน่ห์จันทร์ขาว เสน่ห์จันทร์แดง เสน่ห์จันทร์เขียว เสน่ห์จันทร์ดำ(๑๑)
เสน่ห์จันทน์ (เสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์) หลังใบขาวนวล สีซีดเพราะอ่อนแอต่อเพลี้ยและแมลง ต้นนี้กลายมาจากเสน่ห์จันทน์ขาว
เสน่ห์จันทน์ (เสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์) หลังใบขาวนวล สีซีดเพราะอ่อนแอต่อเพลี้ยและแมลง ต้นนี้กลายมาจากเสน่ห์จันทน์ขาว

โดยสรุปเมื่อสังเคราะห์ข้อมูลออกมาจึงได้ว่านกลุ่มชื่อนี้มีจำนวน ๗ ชนิดด้วยกันคือ

๑. ว่านเสน่ห์จันทน์(๑,๒,๔,๕,๑๐)  ลักษณะ ก้านเหมือนอุตพิด ใบเหมือนใบโพธิ์ หลังใบขาวเป็นนวล ยอดเหมือนพลับพลึง มีอานุภาพมาก ท่านว่าหาราคาบ่มิได้ ถ้าได้พบเป็นสำคัญแน่แล้วอย่าเพิ่งขุด พึงทำกระทงสามมุม ใส่หมาก ๓ คำ เบี้ย ๓ เบี้ย พลีกรรมเสียก่อน แล้วพึงเสกน้ำด้วย

“นะโมพุทธายะ” ๓-๗ คาบ

รดให้รอบต้น แล้วประแต่ยอดลงมาให้ทั่ว แล้วจึงขุดเอาว่านนั้น มาแกะเป็นรูปเบี้ย ๕-๘ เบี้ย เมื่อจะปลุกเสกนั้น พึงจำศีลกินบวช ถือความสัตย์ และทำน้ำมนต์ด้วย

“อิติปิโส ฯลฯ ภควาติ” ๑๐๐๐ คาบ

ชำระตัวเสียก่อนแล้วจึงเอาเบี้ยว่านนั้นใส่ลงในขัน แล้วเอาน้ำมันหอมใส่ลงให้ท่วมเบี้ยนั้น พึงเสกด้วย “อิติปิโส ฯลฯ ภควาติ” ๑๐๐๐ คาบ ในพระอุโบสถ ให้มีบายศรีซ้ายขวา พึงเสกไปจนเบี้ยนั้นจะเดินเวียนเป็นทักษิณาวัตร ไปรอบปากขันนั้นแล้วก็เอาเถิด เป็นประสิทธิแล ถ้าเอาเบี้ยนั้นไปเล่นการพนันด้วย ท่านว่าการเล่นนั้นมีแต่ได้ไม่มีเสีย

ถ้าจะทำเป็นเสน่ห์ผู้หญิงและผู้ชาย ให้แกะเป็นรูปท้าวพระยามหาอำมาตย์ และเสนาหลวงกรมฝ่ายใน และรูปพระสงฆ์ลงในขันสัมฤทธิ์ แล้วเอาน้ำมันจันทน์ใส่ลง

เสกด้วย “อิติปิโส ฯลฯ ภควาติ” ๑๐๐๐ คาบ “นะโมพุทธายะ” ๑๐๐๐ คาบ เสกไปกว่าน้ำมันนั้นจะเดือดหรือเดินเวียนเป็นทักษิณาวัตร

รอบขันแล้วเอาเถิด ถ้าจะไปในที่ใดๆพึงเอาน้ำมันนั้นทาหน้าผาก ไปหาท้าวพระยา จะรักเราเหมือนบุตร จะปรารถนาสิ่งใดก็สมปรารถนา ถ้าน้ำมันนั้นหอมได้กลิ่นไปถึงไหนก็เอ็นดูเราถึงนั่น ทั้งอยู่ยงคงกระพันชาตรีฟันแทงมิเข้า แม้จะจับเราก็ไม่อยู่ เอาน้ำมันใส่หัวและมือจะทำสิ่งใดก็สำเร็จ ถ้าจะล่องหนเอาน้ำมันนั้นทาตัวก็หายได้ ถ้าจะให้เป็นจังงัง ให้เชิญรูปนั้นห่อผ้า เอาน้ำมันทากระหม่อมและหน้าผาก บริกรรมด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓-๗ คาบ ใครทำร้ายมิได้เลย ว่านนี้กลิ่นหอมเหมือนจันทน์ ถ้าจะล่อจิ้งจกก็กอดเอาขึ้นมา(มีฤทธิ์คล้ายกับไม้แหย่แย้)

ในตำราของ ล.มหาจันทร์ กล่าวว่า ให้เอาหัวว่านเสน่ห์จันทน์มาแกะเป็นรูปนางกวัก เพื่อให้เป็นเสน่ห์ในทางค้าขาย พิธีทำคือเมื่อได้หัวว่านนี้มาแล้วให้แกะเป็นรูปนางกวัก ในระหว่างแกะให้ว่า “นะโมพุทธายะ” จนกระทั่งแกะเสร็จ แล้วให้เอานางกวักนั้นใส่ลงในขันทองเหลืองหรือขันลงหิน ล้างน้ำให้สะอาดแล้วเอาน้ำมันใส่ไปพอควร ในขณะที่เทนั้นให้เทเบาๆ ปากก็ว่า “นะโมพุทธายะ” ไปจนกระทั่งหมด เมื่อเอาน้ำมันเทใส่ขันเรียบร้อยแล้วให้ว่า “อิติปิโส ฯลฯ ภควาติ” ๑๐๐ ครั้ง แล้วว่า “นะโมพุทธายะ” ๑๐๐ ครั้ง ว่าสลับกันไปมาจนกระทั่งน้ำมันเดือดเป็นอันใช้ได้ เมื่อจะไปในที่แห่งใดให้ใช้น้ำมันทาที่ศีรษะ จะเป็นเสน่ห์เมตตาแก่คนทั้งหลาย

ถ้าจะให้อยู่คงทน แคล้วคลาด จังงัง ให้เอารูปนั้นห่อผ้าโพกไว้บนศีรษะ เอาน้ำมันนั้นทาที่กระหม่อนและหน้าผาก แล้วบริกรรม “นะโมพุทธายะ” ๓-๗ คาบ ใครทำอะไรเรามิได้ ย่อมแคล้วคลาดไปหมด

ว่านเสน่ห์จันทร์ต้นนี้ ปัจจุบันเรียกกันในชื่อว่า “เสน่ห์จันทร์ศรีมหาโพธิ์” (๑๐) ซึ่งเป็นต้นที่กลายจากว่านเสน่ห์จันทน์ขาว โดยจะอ่อนแอต่อเพลี้ยแป้ง ทำให้ใบดูหงิกและหลังใบเป็นแต้มขาวๆนวลๆ

เสน่ห์จันทน์ขาว Homalomena lindenii
เสน่ห์จันทน์ขาว Homalomena lindenii

๒. ว่านเสน่ห์จันทร์ขาว ต้น ใบ หัว คล้ายเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์ ก้านสีขาว ทางใบขาวนวล มีกลิ่นหอมเท่ากับเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์ ดอกตูมเหมือนดอกจำปี

ประโยชน์ ใช้ในทางให้เกิดเสน่ห์ ปลูกขึ้นที่ไหนหรือในบ้านใคร สามารถเป็นเสน่ห์เรียกคนไปที่นั่นได้ ในสมัยโบราณนิยมกันว่าเป็นว่านเชิงเสน่ห์ ในระหว่างชายและหญิงมาก ทั้งเป็นเครื่องช่วยให้เกิดเมตตาตลอดจนอยู่คงกระพันชาตรี ทั้งเป็นของป้องกันผองภยันตรายอีกด้วย

ถ้าเอาหัวว่านมาแกะเป็นรูปนางกวัก จะเป็นเสน่ห์แก่ผู้ทำการค้า คือเมื่อแกะเป็นรูปนางกวักนั้น ระหว่างแกะจงบริกรรมคาถา “นะโมพุทธายะ” เรื่อยไปด้วยจนกว่าจะแกะเสร็จ จึงนำรูปที่แกะได้นั้นใส่ขันลงหินล้างให้สะอาดแล้วเทน้ำทิ้ง เอาน้ำมันจันทน์ใส่ลงไปพอควร ขณะเทน้ำมันลงให้บริกรรม “นะโมพุทธายะ” เรื่อย ๆ ไปจนกว่าน้ำมันจะหมด เอาขันน้ำมันตั้งไฟ บริกรรมคาถา “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” ให้ได้ ๑๐๐ จบ ก็บริกรรม “นะโมพุทธายะ” อีก ๑๐๐ จบ สลับกันไปจนกว่าน้ำมันจะเดือด จึงเอารูปนางกวักขึ้นเวียนประทักษิณรอบปากขัน ๓ รอบ แล้วเอารูปนางกวัก ใส่โถบูชาไว้ในที่สูง อันควรแก่การสักการะภายในร้านค้านั้น จะทำให้กิจการค้าเจริญรุ่งเรือง มีผู้คนมาอุดหนุนสินค้าในร้านนั้นมิได้ขาดอยู่เสมอ

ว่านนี้คือต้นเดียวกับ ว่านเสน่ห์จันทน์เหลือง (จากสีต้นที่มีสีขาวออกเหลือง) บางตำราก็เรียก ว่านเสน่ห์จันทน์ธรรมดา

ว่านต้นนี้เป็นต้นที่เลี้ยงดูแลยากพอสมควร ชอบดินโปร่งที่มีฮิวมัสมาก และชอบร่มรำไรไม่ชอบแดดจัด และต้นนี้เมื่อแตกกอใหญ่แล้วโอกาสที่จะกลายไปเป็นว่านเสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์หรือเสน่ห์จันทน์ต้นที่กล่าวข้างต้นหมายเลข ๑ นั้นได้ครับ

เสน่ห์จันทน์เขียว Homalomena sp.
เสน่ห์จันทน์เขียว Homalomena sp.

๓. ว่านเสน่ห์จันทน์เขียว ต้น หัว ก้าน ใบคล้ายกับเสน่ห์จันทน์ขาว แต่ใบป้อมกว่า และมีสีเขียวทั้งหมด มีกลิ่นหอมอ่อนกว่าเสน่ห์จันทน์ขาว

ปลูกไว้ในบ้านเป็นเสน่ห์เมตตามหานิยมค้าขายดี จะให้ดียิ่งขึ้นให้นำหัวมาแกะแล้วทำพิธีปลุกเสกดังว่านในกลุ่มข้างต้น

ว่านนี้เลี้ยงค่อนข้างง่ายกว่าพวกเสน่ห์จันทน์ขาว กลิ่นมีเอกลักษณ์คือกลิ่นหอมออกเปรี้ยวๆ ในขณะที่เสน่ห์จันทน์ขาว และเสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์จะกลิ่นหอมหวานกว่าและหอมกว่ามาก

เสน่ห์จันทน์แดง ต้นคล้ายๆเสน่ห์จันทน์เขียว แต่ก้านใบสีแดงปนดำแต่ไม่แดงมาก หากแดงเข้มจะเป็นไม้ยุคหลังที่เรียกว่า “เสน่ห์จันทน์โกเมน”
เสน่ห์จันทน์แดง ต้นคล้ายๆเสน่ห์จันทน์เขียว แต่ก้านใบสีแดงปนดำแต่ไม่แดงมาก หากแดงเข้มจะเป็นไม้ยุคหลังที่เรียกว่า “เสน่ห์จันทน์โกเมน”

๔. ว่านเสน่ห์จันทน์แดง Homalomena rubescens Kunth. มีลักษณะ เช่นเดียวกับว่านเสน่ห์จันทน์ขาว เว้นแต่ใบมีสีเขียวมัว ก้านมีสีแดงปนดำหรือสีเลือดหมู แต่ความหอมสู้เสน่ห์จันทน์ขาวไม่ได้ โดยจะมีกลิ่นหอมเฉพาะหัวเท่านั้น

ประโยชน์ เป็นเสน่ห์แก่บ้านเช่นเดียวกับว่านเสน่ห์จันทน์ขาว

การปลูก ใช้อิฐเผาไฟทุบแหลกละเอียด เอาทิ้งตากน้ำค้างไว้คืนหนึ่ง เอามาเป็นดินปลูก ปลูกด้วยหัวว่าน โดยเอาดินกลบหัวว่านพอมิด  เอาน้ำที่เศกด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓ จบ แล้วรดพอเปียกทั่ว.

เสน่ห์จันทน์ดำแบบแท้ๆที่พบตามป่าเมืองไทย มีความแตกต่างกันบ้างตามแต่ละท้องที่ แต่ฟอร์มทั่วไปจะเป็นดังภาพครับ
เสน่ห์จันทน์ดำแบบแท้ๆที่พบตามป่าเมืองไทย มีความแตกต่างกันบ้างตามแต่ละท้องที่ แต่ฟอร์มทั่วไปจะเป็นดังภาพครับ

๕. ว่านเสน่ห์จันทน์ดำ ลักษณะคล้ายเสน่ห์จันแดง แต่ลำต้นออกสีคล้ำ ชาวบ้านเรียก “เต่าเกียด” หรือ “บอนส้ม” ลักษณะแตกต่างกันบ้างตามท้องที่แต่ละแห่ง มีกลิ่นหอมน้อยๆ ใช้ทางโชคลาภ เมตตามหานิยม และใช้ทำยาบำรุงกำลังได้ ในตำราว่านยุคเก่านั้น ว่านนี้มีกล่าวเพียงในตำรา “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร เท่านั้น

ปัจจุบันพบไม้นอกที่มีสีออกดำแล้วมาขายเป็นเสน่ห์จันทน์ดำอยู่มาก ทำให้ต้นจริงหาดูได้ยากแล้ว แต่ต้นนี้ยังคงพบได้ไม่ยากนักตามป่าในประเทศไทยโดยเฉพาะแถวๆแหล่งน้ำตกครับ

เสน่ห์จันทน์ทอง หัวเป็นกลีบคล้ายหัวหอมแบ่ง หรือหัวกระเทียมโทน
เสน่ห์จันทน์ทอง หัวเป็นกลีบคล้ายหัวหอมแบ่ง หรือหัวกระเทียมโทน

๖. ว่านเสน่ห์จันทร์ทอง Kyllingia sp. 

ลักษณะ ต้นและใบเหมือนต้นแห้วหมูแต่ใหญ่กว่า ดอกมีเกษรสีเหลือง หัวเหมือนหัวกระเทียมโทน มีกลิ่นหอมเหมือนน้ำมันจันทน์

ประโยชน์ ปลูกไว้มีคุณในทางเสน่ห์ และค้าขายดี

การปลูก ใช้ปลูกด้วยหัว โดยเอาดินมากลบหัวว่านที่มีอยู่ให้พอดี แล้วใช้น้ำรดพอเปียกชุ่ม

ชื่อที่เรียกกัน กกหัวแดง (ไชยนาท) หญ้ากกทราย (นครสวรรค์)

แห้วหมูตัวผู้ ดอกคล้ายเสน่ห์จันทน์ทอง(แต่ไม่หอม) หัวคล้ายหญ้าแห้วหมู
แห้วหมูตัวผู้ ดอกคล้ายเสน่ห์จันทน์ทอง(แต่ไม่หอม) หัวคล้ายหญ้าแห้วหมู

ว่านต้นนี้มองดูคล้ายกับแห้วหมูตัวผู้เพียงแต่แห้วหมูตัวผู้หัวขนาดเล็กกว่ามากและมีกลิ่นเหม็นฉุน

เสน่ห์จันทน์หอม Acorus gramineus ตามตำราเก่า ซึ่งเป็นคนละตัวกับพืชตระกูลเปราะอย่างที่เล่นกันในบางตำรา
เสน่ห์จันทน์หอม Acorus gramineus ตามตำราเก่า ซึ่งเป็นคนละตัวกับพืชตระกูลเปราะอย่างที่เล่นกันในบางตำรา

๗. ว่านเสน่ห์จันทน์หอม ลักษณะ หัวเหมือนเปราะหอม ใบเหมือนใบกุยช่าย หอมทั้งหัว ทั้งใบ ทั้งราก การทดสอบว่าว่านนี้จะใช่เสน่ห์จันทน์หอมจริงหรือไม่ ให้เอาใบว่านนี้มาขยี้บนฝ่ามือแล้วดมทางหลังมือจะหอมถึงหลังมือ

ประโยชน์ ปลูกไว้ตามร้านค้า เป็นเสน่ห์มหานิยม ทำให้ค้าขายดี มีผู้มาอุดหนุนในร้านนั้นไม่ขาด ถ้าเด็ดเอาใบใส่กระจาดหรือภาชนะที่ขายของโดยใส่ไว้ข้างล่างทำให้สินค้าหรือของที่นำไปขายนั้น มีผู้ซื้อไม่ขาดเลย เป็นเสน่ห์ในทางการค้าขายดีมาก

เสน่ห์จันทน์หอมที่เล่นกันในบางตำรา คล้ายเปราะหอมมาก แต่หอมกว่าหัวยาวเรียวกว่า ใบยาวเรียวกว่าเปราะหอม
เสน่ห์จันทน์หอมที่เล่นกันในบางตำรา คล้ายเปราะหอมมาก แต่หอมกว่าหัวยาวเรียวกว่า ใบยาวเรียวกว่าเปราะหอม

การปลูก ว่านนี้ชอบน้ำมาก ให้ปลูกในกระถางดินเผา โดยใช้กระถางตันแบบกระถางบัวแล้วให้น้ำท่วมหัวพอเล็กน้อย ว่านจะเจริญเติบโตได้ดี ว่านนี้มีอีกชื่อว่า “ว่านน้ำเล็ก”

ว่านเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์
ว่านเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์

๘. ว่านเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์ Homalomena sp. ว่านนี้นิยมเล่นกันเป็นคราว ๆ ในประวัติศาสตร์สมัยพระนครศรีอยุธยา ยังเป็นราชธานีก็นิยมเล่นมากในสมัยขุนวรวงษาธิราชหนหนึ่ง ต่อมาในสมัยพระนารายณ์มหาราชอีกครั้งหนึ่ง ถึงปัจจุบันนี้ก็ยังมีผู้นิยมเสาะหาว่านนี้กันอยู่เสมอ เว้นแต่หายากสักหน่อย และราคาก็ออกจะแพง(ว่าตามตำราเก่านะครับ)

ลักษณะ ต้นคล้ายอุตพิด ก้านใบก็เหมือนอุตพิด ส่วนใบนั้นเหมือนใบโพธิ์ หรือคล้ายใบหน้าวัว เว้นแต่มีใบใหญ่กว่ามาก ยิ่งเป็นต้นที่เจริญงอกงามดี ใบจะยิ่งใหญ่กว่าหลายเท่า ท้องใบนวลขาว หน้าใบมีสีเขียวอ่อน กระดูกใบเป็นสีขาว ยอดเหมือนพลับพลึง ว่านนี้มีกลิ่นหอมเหมือนกลิ่นจันทน์ และหอมหมดทุกส่วนไม่ว่าที่ใบ ที่ก้าน ที่หัวหรือที่ราก ทั้งมีกลิ่นหอมแรงกว่าพวกว่านเสน่ห์จันทน์ทั้งปวงหมด หัวมีครีบ และถ้าหมั่นสังเกตอยู่เสมอ จะแลเห็นว่าว่านนี้จะแตกเป็นปลีเป็นแท่งยาวออกมา ก่อนที่จะแตกเป็นใบจากตามก้านใบที่หลุดไป เกิดเป็นหน่ออ่อนขึ้นตามข้างหัว ดอกมีลักษณะคล้ายดอกจำปีตูม

ประโยชน์ เมื่อเวลาจะขุดเอาว่านนี้มาให้เสกด้วยคาถา “นะโมพุทธายะ” เสีย ๓ จบหรือ ๘ จบแล้วรดน้ำที่เศกรอบต้น และประพรมน้ำที่เสกนี้ให้ทั่วหมด แล้วเย็บกระทง ๓ มุมใส่หมาก ๓ คำ เบี้ย ๓ เบี้ย กุ้งพล่าปลายำปัดพลีแล้วจึงขุดเอาหัวว่านมา แกะหัวว่านเป็นรูปเบี้ย ๕ ถึง ๘ เบี้ย ใส่ในขันเอาน้ำมันจันทน์ใส่ให้ท่วม แล้วเสกด้วยคาถา “อิติปิโสภควา ถึง ภควาติ”  ให้ได้ ๑๐๐๐ คาบ โดยทำบายศรีซ้ายขวาและเสกในโบสถ์ถือความสัตย์และต้องจำศีล ๕ ศีล ๘ เสกน้ำชำระตัว ๓ วัน ให้หมดมลทินโทษทั้งปวง เสกเบี้ยนั้นให้ทักษิณาวัตรรอบปากขัน เสร็จแล้วจึงเอาเบี้ยนั้นไปเล่นการพนันด้วย ท่านว่าการพนันที่เล่นนั้นไม่มีเสีย มีแต่ได้เสมอ เพราะอานุภาพของว่านที่เป็นเสน่ห์มหานิยม

ถ้าจะให้เป็นเสน่ห์หรือเป็นที่รักของชายหญิง ให้เอาหัวว่านมาแกะเป็นรูปพระใส่ลงในขันสำริด เอาน้ำมันจันทน์ใส่ลงเสกด้วย “อิติปิโสภควา ถึง ภควาติ” จนครบ ๑๐๐๐ คาบ แล้วเสกซ้ำด้วย “นะโมพุทธายะ” อีก ๑๐๐๐ คาบ จนกระทั่งน้ำนั้นเดือดขึ้นมา ให้เอารูปพระประทักษิณให้รอบปากขัน แล้วจึงเอาน้ำนั้นทาหน้าผาก จะไปสารทิศใดท้าวพระยาอำมาตย์ลูกหลวงทั้งปวงตลอดจนหญิงชายสมณะพราหมณ์ชีทุกผู้จะรักใคร่เราเสมอเหมือนเป็นบุตรโดยแท้ จะปรารถนาสิ่งใด ๆ ก็จะได้สมดับปรารถนาไว้ทุกประการหมด กลิ่นน้ำมันหอมไปถึงไหนเขาก็จะเมตตาเอ็นดูรักใคร่เราถึงนั่นทุกแห่ง ถ้าเอาน้ำมันทาตัวให้ทั่วจะเป็น ณ จังงังและคงกระพันชาตรี ฟันแทงมิถูกเลย และจะจับตัวก็มิอยู่ ลื่นรอดไปหมด

ถ้าเอาน้ำมันใส่หัวและมือแล้วไปกระทำกิจการใด ก็จะสำเร็จ ยิ่งเชิญรูปพระเข้าห่อผ้าโพกหัว เอาน้ำมันทากระหม่อม ทาหน้าผาก บริกรรมด้วยคาถา “นะโมพุททธายะ” จะเป็น ณ จังงังและหายตัวไปไม่มีใครเข้าจับเราได้เลย

การปลูก ใช้เอาอิฐเข้าเผาไฟ แล้วทุบให้แหลกละเอียดแล้วเอาทิ้งตากน้ำค้างไว้คืนหนึ่ง แล้วเอามาเป็นดินปลูก เมื่อล้างกระถางที่จะปลูกสะอาดดีแล้วจึงเอาดินใส่ลงไปครึ่งกระถาง เอาหัวว่านวางต่อมา แล้วเอาดินที่เตรียมนี้กลบหัวว่านพอมิดหัว หรือมีหัวพอโผล่พ้นดินขึ้นมานิดหน่อย แล้วจึงเศกน้ำด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓ จบ เอามารดพอให้ดินเปียกชุ่มทั่วกัน ไม่ต้องกดที่ปลูกให้แน่น เมื่อว่านขึ้นงอกงามดีแล้ว จึงนำกระถางไปตั้งที่เย็น ๆ ใต้ร่มไม้ พอให้มีแสงแดดส่องถึงถูกบ้างเพียงรำไร ว่านนี้ไม่มีการโทรมเหมือนว่านอื่น ๆ หากให้น้ำตลอดจะทรงตัวอยู่ได้ตลอดปี

ว่านนี้จะมีกลิ่นหอมออกหวานและกลิ่นหอมมากพอๆกับ ว่านเสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์ และจะสังเกตเห็นว่าฝอยบรรยายสรรพคุณก็คล้ายเคียงกัน จุดแตกต่างกันที่ชัดเจนคือก้านใบของเสน่ห์จันทน์มหาโพธิ์จะสั้นกว่า และฟอร์มโดยทั่วไปจะเล็กกว่าเสน่ห์จันทน์ศรีมหาโพธิ์

ต้นนี้ควรระวังให้ดีเนื่องจากปัจจุบันมีไม้นอกที่มีกลิ่นหอมน้อยมากหรือไม่มีกลิ่นหอมเลย แต่มีลักษณะโดยทั่วไปคล้ายคลึงกับต้นนี้มาก การเลือกซื้อหาจากร้านขายว่านควรต้องขอขยี้ปลายใบเล็กๆดมดูด้วย แค่ปลายใบเล็กๆก็หอมฟุ้งแล้วครับ

เรียบเรียงโดย อรรถวัติ กบิลว่าน

๑ เม.ย. ๒๕๕๖
——————————————————-

  1. “ลักษณะว่าน” โดย นายชิต วัฒนะ
  2. “ตำหรับ กระบิลว่าน” โดย หลวงประพัฒสรรพากร
  3. “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์
  4. “ตำราสรรพคุณยาไทย ว่าด้วยลักษณะกบิลว่าน” นายไพทูรย์ ศรีเพ็ญ
  5. “ตำราดูว่านและพระเครื่องพระบรมธาตุ” โดย ชัยมงคล อุดมทรัพย์
  6. “ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด” โดย พยอม วิไลรัตน์
  7. “ตำราปลูกและดูลักษณะว่าน” โดย อุตะมะ สิริจิตโต
  8. “ตำราว่านวิเศษอันศักดิ์สิทธิ์” โดย อาจารย์ชั้น หาวิธี
  9. “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
  10. “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น
  11. “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร
  12. คัมภีร์ไสยศาสตร์ ฉบับสมบูรณ์ : อาจารย์ โหรญาณโชติ(ชัยมงคล อุดมทรัพย์)