ว่านสากเหล็ก
วงศ์ (Amaryllidaceae)
ว่านชื่อนี้ในปัจจุบันมีอยู่ ๒ ชนิด คือ
(1) Curculigo latifolia (Bryand)
ลักษณะ
เป็นไม้ต้นเตี้ยๆ ไม่มีลำต้น ใบเล็กยาวคล้ายว่านหอมแดง หรือใบกล้วยไม้ดิน หรือจะคล้ายใบกล้ามะพร้าว แต่เล็กกว่ามาก สูงราว ๑ ถึง ๑.๕ ศอก มีดอกเล็ก ๆ สีเหลืองจัดเป็นกระจุก มีหัวคล้ายรากแทงลึกลงไปในดิน ยาวประมาณ ๔-๕ นิ้วฟุต มีรากเล็ก ๆ ที่หัว ลึกลงไปในดินอีกรากเดียว มีลักษณะคล้ายสากตำข้าว จึงเรียกว่าว่านสากเหล็ก ว่านนี้ทางจังหวัดสระบุรีก็มี อำเภอแจ้ห่มจังหวัดลำปางก็มีมาก ผลมีรสหวาน ถ้าดื่มน้ำภายหลังกินผลไม้นี้เข้าไปแล้ว จะรู้สึกว่าน้ำที่ดื่มเข้าไปหวานชุ่มคออยู่ได้นาน
ประโยชน์
หัวมีรสอันปร่าขื่น ใช้เป็นยาชักมดลูก โดยใช้หัวหรือรากจากหัวหั่นเป็นชิ้นบาง ๆ ตากแดดให้แห้งแล้วใส่โหล ดองสุรากินเป็นยาชักมดลูก ในรายที่คลอดบุตรใหม่ ๆ มดลูกลอยตัวเพราะความอักเสบ เนื่องจากการเคลื่อนไหวของมดลูกจากที่เดิม เมื่อกินยานี้จะทำให้มดลูกกลับเข้าอู่ได้เร็วเป็นปรกติง่ายขึ้น
ชาวบ้านบางคนว่า ถ้าเอาใบว่านนี้ทัดหูเข้าป่า จะป้องกันอันตรายจากตัวเห็บในป่ามิให้กัดผู้นั้นได้ เพราะเป็นอาถรรภ์แก้เคล็ดกันอย่างนั้น
ชื่อที่เรียกกัน ว่านพร้าว กูดพร้าว จ๊าลาน มะพร้าวนกคุ้ม และโบยอ (นราธิวาส) บางคนเรียกว่าพระยารากเดียว
การปลูก
ใช้หัวปลูก โดยเอาดินร่วน ๆ หรือดินปนทรายมาเป็นดินปลูก กลบหัวลงดิน รดน้ำพอเปียก ไม่กี่วันจะแตกใบออกมาเอง
(2)
ลักษณะ
ทั้งต้นและใบแข็ง ใบออกตามข้อและตั้งตรง หัวมีลักษณะตรงกลางคอด หัวท้ายใหญ่เหมือนกับสากตำข้าว
ประโยชน์
หัวว่านชนิดนี้มีอำนาจประหลาดมาก คือเมื่อเอาหัวว่านฝนกับน้ำ โดยเศกด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓ ครั้งแล้วเอาทามือก่อนขึ้นชก ถึงแม้ไม่รู้เล่ห์เหลี่ยมการชกเลย ขอให้ตลุยชกเข้าไปเถิด เพียงปรปักษ์ถูกชกสักทีเดียว ก็ไม่สามารถทนทานอยู่ต่อไปได้ เพราะอานุภาพของว่านนี้ทำให้ผู้ถูกชกเจ็บปวดถึงหัวใจทีเดียว เพียงถูกสัก ๒-๓ ทีเท่านั้นก็ต้องยอมแพ้ ถ้าเป็นการต่อสู้นอกเวที คู่ต่อสู้จะต้องหลบหนีไปทันที ยิ่งได้กินหัวว่านนี้เข้าไปก็จะมีกำลังมากทั้งเหนียวนักด้วย ถ้าต้องมีการต่อสู้กัน ๒ ต่อ ๑ หรือ ๓ ต่อ ๑ ยังสามารถสู้ได้ เพราะฝ่ายปรปักษ์ไม่สามารถไม่สามารถเรียกเอาเลือดออกจากตัวเราได้เลย มีแต่เราฝ่ายเดียวที่จะทำร้ายเขาบาดเจ็บในการต่อสู้กันนั้น
ถ้าแม้เป็นถ้อยความ ก็ให้คลุกผงว่านนี้ไปด้วยแล้วพยายามดีดให้เข้าตาฝ่ายตรงข้าม เขาจะทนอยู่มิได้ ต้องผละจากไปพ้นที่นั้น
เวลาจะฝนหรือจะกินว่านนี้ หรือจะทำอย่างหนึ่งอย่างใดให้ว่าคาถาพระเจ้าห้าพระองค์ คือ “นะโมพุทธายะ” ตามกำลังวันที่ทำการนั้น เช่น ทำในวันอาทิตย์ว่า ๑ ครั้ง จนถึงวันเสาร์ว่า ๗ ครั้ง เป็นต้น
อนึ่ง ในตำรายังกล่าวว่า เมื่อกินหัวว่านนี้เข้าไปแล้ว จะมีพละกำลังมากแข็งแรงยิ่งนัก สามารถต่อสู้อริราชศัตรูได้ตั้งหลาย ๆ คน และสามารถต่อสู้กับสัตว์ป่าทั้งปวงได้ทุกอย่าง สามารถสู้พระยาครุฑ พระยานาค กับนกหัศดินทร์ได้อีกเหมือนกัน
การปลูก
ใช้หัวปลูกโดยเอาดินร่วน ๆ หรือดินปนทรายเป็นดินปลูก น้ำที่จะใช้รดเศกด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓ ครั้งก่อน จึงรดพอชุ่ม
บทคัดลอกจาก “ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน” โดย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
เผยแพร่โดย ทีมงาน www.farmssb.com



