เห็ดสมุนไพรกับการรักษาโรคมะเร็ง ?

เห็ดสมุนไพรกับการรักษาโรคมะเร็ง ?

เห็ดเป็นสิ่งมีชีวิตในอาณาจักรเห็ดรา หรือ Fungi Kingdom ที่นอกจากจะเป็นอาหารที่อร่อยแล้ว ยังมีสรรพคุณทางยาอีกด้วย ในเอเชียมีหลากหลายประเทศที่นิยมนำเห็ดมาทำเป็นยารักษาโรคซึ่งมีระบุในตำราแพทย์โบราณ เห็ดบางชนิดก็สามารถนำมาใช้เป็นยาอายุวัฒนะอีกด้วย

เห็ดที่มีสรรพคุณเด่นในการรักษาโรคมะเร็ง

มีรายงานข้อมูลจากตำราแพทย์แผนโบราณในพื้นที่ต่างๆทั่วโลก และข้อมูลเชิงการวิจัยว่าเห็ดหลายชนิดใช้รักษาและป้องกันการกลับเป็นซ้ำของโรคมะเร็งได้ โดยเห็ดที่มีสรรพคุณเด่นดังกล่าวได้แก่

1. เห็ดหลินจือ

เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum (Fr.) Karst.) มีสารกลุ่ม polysaccharides, สารกลุ่ม triterpenoids, สารกลุ่ม sterols, สารกลุ่ม fatty acids, สารกลุ่มโปรตีน เป็นต้น [1] สารที่มีความน่าสนใจในแง่มุมของผลกระทบต่อเซลล์มะเร็งก็คือสารกลุ่ม triterpenoids…สารกลุ่มนี้พบมากในส่วนสปอร์และสปอร์ที่กะเทาะผนังหุ้มซึ่งมีฤทธิ์ทางยาดีกว่าสปอร์ที่ไม่กะเทาะผนังหุ้มหลายเท่า นอกจากนี้ยังพบว่าสารสกัดดอกเห็ดและสปอร์มีฤทธิ์กระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ดี ไม่เป็นพิษต่อเซลล์ปกติอีกด้วย [2]

เห็ดหลินจือ (Ganoderma lucidum (Fr.) Karst.)
เห็ดหลินจือมีหลายสายพันธ์ ซึ่งแต่ละชนิดประมาณสารเคมีก็แตกต่างกันบ้าง สายพันธ์ไทยเรียกเห็ด จวักงู เพราะมองดูคล้ายงูชูคอ

ถึงแม้ว่าผลการทดลองในหลอดทดลอง เห็ดหลินจือสามารถยับยั้งการเพิ่มตัวของเซลล์มะเร็ง [3] แต่จากผลการศึกษาการวิเคราะห์อภิมาน (meta-analysis) ของเห็ดหลินจือในการรักษามะเร็งในผู้ป่วยจริงไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะบ่งชี้ได้ว่าเห็ดหลินจือสามารถรักษามะเร็งได้ [4] อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันก็มีหลักฐานเชิงประจักษ์ออกมาให้เราได้เห็นว่าเห็ดหลินจือสามารถกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยมะเร็งปอด, ผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่, และผู้ป่วยมะเร็งขั้นลุกลามได้ [1] นอกจากนี้เห็ดหลินจือยังสามารถเพิ่มระดับภูมิคุ้มกัน (เช่น CD3,CD4 and CD8) ในผู้ป่วยมะเร็งได้อย่างมีนัยสำคัญอีกด้วย [4]

สำหรับการใช้เห็ดหลินจือกับผู้ป่วยโรคมะเร็งในประเทศไทย เน้นด้านการส่งเสริมสุขภาพเป็นหลัก เช่น การใช้เห็ดหลินจือต้มดื่มแทนน้ำ ประชาชนสามารถทำได้เอง โดยวิธีต้มง่ายๆ ใช้ดอกเห็ดหลินจือฝานบางๆประมาณ 2-3 ชิ้น ต้มในน้ำเดือดนาน 10-15 นาที ใช้ดื่มแทนน้ำได้ตลอดเวลา ให้มีรสขมบ้างเล็กน้อย สรรพคุณช่วยให้สดชื่น เสริมภูมิต้านทาน ไม่เกิดอันตรายต่อสุขภาพ [2]

2. เห็ดยามาบูชิตาเกะ หรือ เห็ดหัวลิง

เห็ดยามาบูชิตาเกะ (Hericium erinaceus) หรือ เห็ดหัวลิง ในภาษาญี่ปุ่น ยามาบูชิตาเกะ แปลว่า ผู้หลับใหลอยู่ในหุบเขา เพราะเห็นชนิดนี้จะเกาะอยู่ตามบริเวณไม้ยืนต้น เช่น ต้นโอ๊ค หรือวอลนัท เห็ดชนิดนี้มีลักษณะเป็นก้อนกลมมีปุยคล้ายเส้นไหมสีขาวยาวประมาณ 5-20 ซม เกาะรอบดอกเห็ด มีกลิ่นหอม สามารถพบได้บริเวณทางซีกโลกเหนือ เช่น ยุโรป และเอเชียตะวันออก ในประเทศญี่ปุ่น [5]

เห็ดหัวลิง (Hericium erinaceus)
เห็ดหัวลิง มองดูคล้ายหัวลิงเผือกขนยาว

สรรพคุณของเห็ดยามาบูชิตาเกะมีมากมาย เช่น ช่วยกระตุ้นภูมิคุ้มกันในร่างกายให้สูงขึ้น ช่วยกระตุ้นการทำงานของเม็ดเลือดขาวให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น ปรับสมดุลของภูมิคุ้มกันที่ผิดปกติให้กลับสู่สภาะสมดุล ควบคุมระดับไขมันในเลือด บำรุงม้ามและกระเพาะอาหาร เพิ่มกำลังวังชา และต่อต้านมะเร็ง [5]

จากการสิบค้นข้อมูลจากฐานข้อมูลระดับนานาชาติพบว่า สารสกัดเห็ดยามาบูชิทาเกะ และสาระสำคัญที่อยู่ในเห็ดยามาบูชิทาเกะ เช่น Hericer A, Isohericerin, Hericerin J, Polysaccharide, และอื่นๆ ดังที่สรุปในตาราง มีความสามารถในการยับยั้งการแพร่ของเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหาร, ลำไส้, ตับ, และปอด ในหลอดทดลองได้ [6-8] นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มภูมิคุ้มกันได้อย่างดีครับ [8] ถึงแม้ยังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ยืนยันฤทธิ์ในการต้านมะเร็งของเห็ดชนิดนี้แต่สรรพคุณทางยานั้นแพทย์จีนแผนโบราณยืนยันว่าสามารถใช้เพื่อต้านมะเร็งและกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ [5]

3. เห็ดหอม หรือ เห็ดชิตาเกะ

เห็ดหอม (Lentinula edodes) หรือ เห็ดชิตาเกะ เป็นเห็ดชนิดหนึ่งที่คนนิยมรับประทาน โดยเชื่อว่ามีประโยขน์ต่อสุขภาพ เช่น ช่วยกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือด ช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้กระดูก และอาจเป็นประโยชน์ต่อผู้ป่วยโรคมะเร็งได้ [9]

ชาวญี่ปุ่นชื่อ ยาซูฮิโร ยามามูร่า และชาวอเมริกันชื่อเคนเน็ท ดับบริว โคแกรน จากมหาวิทยาลัยการแพทย์เซ้าท์ คาโรไลน่า มลรัฐคาโรไลน่า สหรัฐอเมริกา กับมหาวิทยาลัย มิชิแกน มลรัฐมิชิแกน ได้ทำการค้นคว้าพบว่า สารอาหารในเห็ดหอมสามารถต่อต้านเชื้อไวรัสได้หลายชนิด เช่น ไวรัสที่ทำให้เกิดโปลิโอ ไวรัสที่ทำให้เกิดไข้หวัดใหญ่ และยังมีรายงานว่าพบสารอิริทาดีนีน (Eritadinine) สามารถลดไขมันในหลอดเลือดนอกจากนี้พบว่ามีสารอาร์เอนเอ (RNA = Ribonucleic Acid) ซึ่งเป็นตัวควบคุมการสร้างเซลล์ และควบคุมการเจริญเติบโตของเซลล์ในร่างกายให้ปกติสมบูรณ์ ในน้ำเห็ดที่ถูกสกัดออกมาจะให้ภูมิคุ้มกันเนื้องอก หรือเซลล์ผิดปกติ และเป็นตัวเร่งหรือตัวกระตุ้นให้สร้างสารอินเทอร์เฟอรอน (Interferon) ในเซลล์ [10]

หมายเหตุ: Interferon คือภูมิคุ้มกันที่ร่างกายผลิตขึ้นเป็นหน่วยลาดตระเวนและเตือนภัยจากสิ่งแปลกปลอมด่านแรก, interferon alpha ช่วยในการป้องกันการกลับเป็นซ้ำภายหลังการเป็น มะเร็งของเซลล์เม็ดสี (malignant melanoma) [10]

เห็ดหอม หรือ เห็ดชิตาเกะ
เห็ดหอม หรือ เห็ดชิตาเกะ

สารสำคัญหลักที่สามารถต้านมะเร็งในเห็ดหอม คือ เลนติแนน (Lentinan) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต่อต้านมะเร็ง และสกัดกั้นการเจริญเติบโตของเชื้อมะเร็ง ปัจจุบันมีนักวิทยาศาสตร์ชาวจีน [11] และชาวญี่ปุ่น [12]  ได้รวบรวมหลักฐานทางวิทยศาสตร์เชิงคลินิก 12 ปี ที่ระบุว่าเห็ดหอม หรือ สารเลนติแนนสามารถต้านมะเร็งในกระเพาะอาหาร, ลำไส้, ปอด, หัวใจ, มดลูก, ตับอ่อน, ต่อมน้ำเหลือง, ปากมดลูก, และอื่นๆได้

4. เห็ดกระถินพิมาน

เห็ดกระถินพิมาน (Phellinus sp.) หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “เห็ดเกือกม้า” มีลักษณะเป็นเห็ดสีน้ำตาลแห้ง มักขึ้นตามป่าละเมาะ หรือป่าเบญจพรรณที่แห้งแล้ง พบมากในภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย และมักขึ้นตามต้นไม้ โดยพบมากที่สุดบนต้นกระถินพิมาน จึงเป็นที่มาของชื่อเห็ดกระถินพิมาน  รศ.ดร.ปฐมวดี ญาณทัศนีย์จิต ภาควิชาพฤกษศาสตร์ คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาฯ หัวหน้าโครงการวิจัยสารสกัดจากเห็ดกระถินพิมานที่มีสรรพคุณใช้รักษาโรคมะเร็ง เผยว่า “สารสกัดจากเห็ดกระถินพิมานออกฤทธิ์ช่วยลดการเติบโตของเซลล์มะเร็งได้ และยังมีสรรพคุณฟื้นฟูสุขภาพผู้ป่วยอีกด้วย” [13]

เห็ดกระถินพิมาน หรือ เห็ดเกือกม้า
เห็ดกระถินพิมาน พบการใช้ในตำรายาแผนโบราณไทยมาช้านาน ปกติมักพบขึ้นที่ต้นกระถินพิมาน

เห็ดกระถินพิมานมีสรรพคุณต้านเซลล์มะเร็งได้หลายชนิด เพราะมีสารโพลีแซคคาร์ไรด์ เนเชอรัลสเตอรอยด์ (polysaccharides natural sterols) ช่วยยับยั้งฟื้นฟูผู้ป่วยมะเร็งปอด มะเร็งต่อมลูกหมาก มะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ มะเร็งผิวหนัง และลดการอักเสบของมะเร็งเต้านม ในเซลล์ของผู้ป่วยโรคมะเร็ง [14, 15]

อย่างไรก็ตามสรรพคุณของเห็ดไม่อาจรักษามะเร็งได้ทุกชนิดเนื่องจากคุณสมบัติเซลล์มะเร็งแต่ละชนิดแตกต่างกัน ซึ่งต้องมีการศึกษาอย่างจริงจังลงลึกในระดับยีนของเซลล์มะเร็งแต่ละชนิด ซึ่งในขณะนี้ได้ทำการศึกษากับเซลล์มะเร็งตัวอื่นๆ เช่น มะเร็งลำไส้ มะเร็งเต้านม และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น [13]

เห็ดกระถินพิมานถูกจำแนกออกเป็น 2 สปีซี่ด้วยกัน

  1. Phellinus yucatanensis (Murrill) เป็นชื่อที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่นแต่ในประเทศจีน เจ้าเห็ดตัวนี้จะถูกเรียกว่า Phellinus linteus
  2. Phellinus igniarius เป็นเห็ดกระถินพิมานอีกสปีซี่หนึ่ง ในประเทศจีนเรียกว่า ซังหวง (Sanghuang) หรือ ซังหวัง (Sangwhang) ในประเทศเกาหลี

            โดยเห็ดกระถินพิมานทั้ง 2 สปีซี่ไม่ได้มีความแตกต่างกันในแง่ของฤทธิ์ต้านมะเร็งเลย ซึ่งการศึกษาของคุณ Hua Che และคณะพบว่า เห็ดกระถินพิมานทั้ง 2 สปีซี่สามารถยับยั้งการทำงานของเซลล์มะเร็งตับ, มะเร็งเม็ดสี, มะเร็งลำไส้, มะเร็งกระดูกอ่อน, และมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้ในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลอง ภายในสารสกัดจากเห็ดกระถินพิมานประกอบไปด้วยองค์ประกอบทางเคมีมากมาย เช่น Polysaccharides, Flavones, Terpenes, Steroids, Furans, และสารเคมีอื่นๆ เป็นต้น [16]

แม้ว่างานวิจัยหลายชิ้นจะระบุว่า Polysaccharides อาจเป็นตัวหลักในการต้านมะเร็ง แต่สารประกอบเคมีอื่นๆที่พบในเห็ดก็ยังมีความสามารถในการต้านมะเร็งได้หลากหลายชนิดเช่นกัน ดังนั้นการใช้สารสกัดจากเห็ดกระถินพิมานดูเหมือนจะเป็นอะไรที่ครอบจักรวาลมะเร็งมากกว่า [16]

5. เห็ดกระดุมบราซิล

เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus blazei mycelium) อาจจะเรียกได้ว่าเป็นเพรชฆาตมะเร็งเลยก็ว่าได้ครับ เพราะฤทธิ์มันดีซะเหลือเกิน [17] สำหรับเห็ดกระดุมบราซิล อยู่ในวงศ์เดียวกับพวกเห็ดฟาง เจริญเติบโตได้ทั่วไปในเขตร้อนชื้น [18] มีถิ่นกำเนิดในเมืองไพเดด ใกล้กับเมืองเซาเปาโล ประเทศบราซิล ชาวบราซิลตั้งชื่อที่มีความหมายว่าเป็นเห็ดของพระเจ้า เป็นเห็ดที่มีประโยชน์ต่อร่างกายหลายอย่าง [19]

Agaricus blazei mycelium
เห็ดกระดุมบราซิล (Agaricus blazei mycelium) หัวมองดูคล้ายเม็ดกระดุม

ในเส้นใยของเห็ดชนิดนี้มีสาร Polysaccharides หลายชนิด ที่มีคุณสมบัติช่วยต่อต้านเซลล์มะเร็ง เช่น beta-D-glucan, beta-glycan, alpha-glycan, b-galactoglycan และ Proteinic glycan [18] จากงานวิจัยเกี่ยวกับฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็งของเห็ดชนิดต่างๆ โดยมหาวิทยาลัยโตเกียว (The University of Tokyo) ประเทศญี่ปุ่น และ NCI-desinated Cancer Center ประเทศสหรัฐอเมริกา พบว่าเห็ดกระดุมบราซิลมีปริมาณสารสกัดที่มีฤทธิ์ต่อต้านมะเร็งสูงสุดเป็นอันดับหนึ่ง [19]

เห็ดกระดุมบราซิล มีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ทำการทดลองในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองแสดงให้เห็นว่า เห็ดกระดุมบราซิลสามารถยับยั้ง มะเร็งกระดูก, มะเร็งลำไส้, มะเร็งตับ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูกได้ [18]

6. เห็ดไมตาเกะ

เห็ดไมตาเกะ (Grifola umbellate) เจริญเติบโตได้ดีในแถบที่มีอากาศหนาวเย็น เห็ดไมตาเกะนั้นนิยมนำมาทำอาหารเพราะมีรสชาติและเนื้อสัมผัสอร่อยถูกปาก แต่สรรพคุณทางยาที่มีก็ไม่ด้อยไปกว่ารสชาติเลย เพราะทั้งช่วยบำรุงระบบต่างๆ เสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย [18]

Grifola umbellate
“เห็ดไมตาเกะ” เป็นภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เห็ดเต้นรำ” เนื่องจากจากในอดีตถ้าพบเห็ดไมตาเกะในป่าคนญี่ปุ่นจะเต้นด้วยความปีติยินดี คล้ายๆกับบ้านเราที่เจอเห็ดโคน เพราะเป็นเห็ดที่อร่อยมาก

เจ้าเห็ดตัวนี้มีคุณค่าทางโภชนาการ โดยเห็ดไมตาเกะ 100 กรัม ประกอบไปด้วย พลังงาน 31 กิโลแคลอรี, เส้นใยอาหาร 2.7 กรัม, วิตามินดี 1,123 IU, วิตามินบี1 0.15 มิลลิกรัม, วิตามินบี2 0.24 มิลลิกรัม, วิตามินบี3 6.59 มิลลิกรัม, วิตามินบี6 0.06 มิลลิกรัม, ธาตุเหล็ก 0.3 มิลลิกรัม, แมกนีเซียม 10 มิลลิกรัม, สังกะสี 0.75 มิลลิกรัม, โฟเลต 21 ไมโครกรัม, และโพแทสเซียม 204 มิลลิกรัม [20]

สารสกัดเห็ดไมตาเกะ ซึ่งอุดมด้วยสาร beta-glycan สามารถป้องกันการเกิดมะเร็งเต้านม และยับยั้งการกระจายตัวและการโตของก้อนมะเร็งในหนูทดลองได้ [18] นอกจากนี้ ผลการทดลองจากหลอดทดลองก็ยังพบอีกว่าสารสกัดจากเห็ดไมตาเกะสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอด และมะเร็งตับได้อีกด้วย [21] เพิ่มเติม คือ อาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดเห็ดไมตาเกะ ร่วมกับพืชอื่นๆ เช่น ขมิ้น ชาเขียว มีคุณประโยชน์และให้ผลดีต่อสุขภาพของผู้ป่วยมะเร็งด้วย [18]

7. เห็ดมัตสึทาเกะ

เห็ดมัตสึทาเกะ (Tricholoma matsutake) คือ เห็ดที่ทางการแพทย์ที่ได้รับการยอมรับจากหลายๆ ประเทศ มีคุณสมบัติที่สามารถช่วยให้ร่างกายมีความแข็งแรง และพร้อมต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายต่างๆ ที่จะเข้ามาสู่ภายในร่างกายจากภายนอกได้อย่างดีเยี่ยม เห็ดชนิดนี้นอกจากจะมีรสชาติที่อร่อยถูกปากของคนหมู่มาก มันยังช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้มีความแข็งแรงและเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีกว่าเนื้อสัตว์อีกด้วย [22]

Tricholoma matsutake
เห็ดมัตสึตาเกะ หรือ เห็ดสน ราชาแห่งเห็ดของญี่ปุ่น แห่งฤดูใบไม้ร่วง หายากและมีราคาสูงมาก ปัจจุบันยังไม่สามารถเพาะผ่านก้อนเชื้อเห็ดได้ ต้องเก็บจากธรรมชาติ

ปัจจุบันมีหลักฐานเป็นที่ประจักษ์แล้วครับว่าเห็ดมัตสึทาเกะสามารถรักษามะเร็งม้าม, มะเร็งตับ, และมะเร็งต่อมไทมัส โดยการเพิ่มระดับเซลล์เม็ดเลือดขาวทั้ง lymphocyte และ macrophage ครับ ทั้งนี้ทางผู้วิจัยได้เผยให้เราได้ทราบอีกว่าฤทธิ์ของเห็ดมัตสึทาเกะขึ้นอยู่กับปริมาณการกิน ดังนั้นหากกินมากก็จะมีผลมาก [23] คุณอิเคคาวาและคณะยังยืนยันความสามารถในการรักษามะเร็งดังกล่าว โดยสารสำคัญที่เป็นตัวหลักในการออกฤทธิ์คือ Polysaccharides และ protein-bound polysaccharide (EA6) [24]

ไม่เพียงแต่จะสามารถเพิ่มระดับของเม็ดเลือดขาวได้เท่านั้น เห็ดมัตสึทาเกะยังมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (anti-oxidant) ได้ดีอีกด้วย ซึ่งมันจะป้องกันไม่ให้เซลล์ปกติกลับกลายเป็นเซลล์มะเร็งอีกด้วย [25] ดังนั้นเห็ดตัวนี้สามารถทำได้ทั้งรักษาและป้องกันมะเร็งได้ในตัวเดียว ในส่วนของความพิษไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะเห็ดชนิดนี้มีความเป็นพิษที่ต่ำมากจนไม่ก่อเกิดอันตรายให้กับร่างกาย [22]

8. เห็ดหางนกยูง

เห็ดหางนกยูง (Coriolus versicolor mycelium) เป็นเห็ดยอดฮิตทางการแพทย์แผนจีนอีกชนิดหนึ่ง ซึ่งมีสรรพคุณช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกัน รักษาการติดเชื้อ ต่อต้านเซลล์มะเร็ง และช่วยลดอาการข้างเคียงจากการรักษามะเร็ง การศึกษาของฟริทซ์และคณะพบว่า สารสกัดจากเห็ดหางนกยูง ร่วมกับ polysaccharide K จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพภูมิคุ้มกัน ลดอาการเจ็บป่วยจากมะเร็ง และช่วยยืดอายุขัยของผู้ป่วยโรคมะเร็งปอดได้ [18]

Coriolus versicolor mycelium
เห็ดหางนกยูง (Coriolus versicolor mycelium) หรือ ชื่อไทยเรียกว่า “เห็ดขอนหลากสี” เป็นเห็ดที่มีหลายแวริเอชั่นมาก พบได้ในป่าประเทศไทยด้วย

หากเซลล์มะเร็งได้พบกับเห็ดหางนกยูงอาจจะต้องผวา เพราะเจ้าเห็ดชนิดนี้ถูกนักวิทยาศาสตร์หลายท่านพบแล้วว่า สารสกัดจากเห็ดนกยูงสามารถยับยั้งการแบ่งตัวและเป็นพิษต่อเซลล์มะเร็งโดยตรง แถมยังสามารถต้านอนุมูลอิสระได้อีกด้วย นอกจากนี้เห็ดดังกล่าวยังเพิ่มระดับและกระตุ้นการทำงานของเซลล์เม็ดเลือดขาวและระบบภูมิคุ้มกันได้ตามลำดับ ซึ่งสารสำคัญที่เป็นตัวหลักในการออกฤทธิ์ดังกล่าวก็คือ Polysaccharide-protein complex [26]

ในปี 2020 คุณโซโลมอนและคณะได้รวบรวมหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ทำการทดลองในหลอดทดลองและในสัตว์ทดลองของสารสกัดเห็ดนกยูงพบว่า สารสกัดดังกล่าวสามารถลดจำนวนของเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งปอด, และมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น [26]

ที่สำคัญสารสกัดเห็ดหางนกยูงได้ถูกทำการทดลองเชิงคลินิก (ทำในคน) มาแล้วพอสมควร โดยผลการทดลองพบว่า การกินสารสกัดหางนกยูงปริมาณ 2.4 กรัมต่อวันเป็นเวลา 6 สัปดาห์สามารถเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับในระยะแรก-ระยะกลางได้อย่างมีนัยสำคัญ [26]

ฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา
การะบวนการต่อต้านเซลล์มะเร็งของ เห็ดหางนกยูง

นอกจากนี้ผู้วิจัยยังพบอีกว่า อัตราการรอดชีวิต 5 ปีที่ดีขึ้นในผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาแบบผสมผสานในกรณีของมะเร็งเต้านม มะเร็งกระเพาะอาหาร หรือมะเร็งลำไส้ใหญ่ อย่างไรก็ตามนักวิจัยยังคงต้องทำการวิจัยอย่างต่อเนื่องในการทดลองเชิงคลินิกระยะที่ 4 [26]

9. เห็ดนาเมโกะ

เห็ดนาเมโกะ หรือ Pholiota nameko เป็นเห็ดขนาดเล็กสีน้ำตาลอำพันที่มีการเคลือบเจลาตินเล็กน้อยซึ่งใช้เป็นส่วนผสมในซุปมิโซะและนาเบโมโนะ เนื่องจากมีรสชาติที่อร่อยถูกปากชาวญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก [27]

Pholiota nameko
เห็ดนาเมโกะ ที่มักใช้เป็นส่วนผสมในซุปมิโซะและนาเบโมโนะ

เห็ดชนิดนี้เป็นอันตรายอย่างมากต่อเซลล์มะเร็งเต้านม เนื่องจากสารสกัดจากเห็ดนาเมโกะสามารถหยุดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งและยังส่งเสริมให้เซลล์มะเร็งเต้านมถูกโปรแกรมให้ตาย (apoptosis) อีกด้วย [28] ซึ่งสารสำคัญที่เป็นตัวหลักในการออกฤทธิ์ คือ Polysaccharides ในรูปแบบที่จับกับโปรตีน [24]

ถึงแม้ว่าการวิจัยที่แสดงถึงฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็งของสารสกัดเห็ดนาเมโกะจะออกมาให้พบเห็นได้น้อยเมื่อเทียบกับเห็ดชนิดอื่นๆ แต่งานวิจัยชิ้นหนึ่งจากสถานบันการศึกษาของญี่ปุ่นก็พบว่า “สารสกัดเห็ดนาเมโกะสามารถรักษาหนูตะเภาที่ถูกกระตุ้นให้เป็นมะเร็ง หายเป็นปกติได้ถึง 77% ของจำนวนประชากรหนูเลยที่เดียว” [17]

10. เห็ดเข็มทอง

เห็ดเข็มทอง (Flammulina velutipes) หรือ ที่ฝรั่งเขาเรียกว่า Golden Needle Mushroom โดยเห็ดชนิดนี้เป็นเห็ดสีขาว หัวเล็กๆ ขึ้นติดกันเป็นแพ รสชาติเหนียวนุ่ม นำมารับประทานแบบสดๆ ใส่กับสลัดผักก็ได้ ถ้าชอบสุกก็นำไปย่าง ผัดหรือลวกแบบสุกี้ ถ้ากินเป็นประจำจะช่วยรักษาโรคตับ กระเพาะ และลำไส้อักเสบเรื้อรัง [29]

Flammulina velutipes
เห็ดเข็มทอง เห็ดที่มีการใช้เป็นอาหารกันอย่างแพร่หลาย

ถึงแม้ว่าเห็ดเข็มทองจะมีรสชาติที่อร่อยและเป็นที่นิยมมาก แต่มันก็เห็ดที่อันตรายต่อเซลล์มะเร็งเป็นอย่างยิ่งครับ ทั้งนี้เป็นเพราะอะไร? คำถามนี้ถูกอธิบายได้ข้อมูลหลักฐานทางวิทยศาสตร์ที่ถูกรวบรวมเอาไว้ในการศึกษาของคุณแทงและคณะ ผู้วิจัยได้รายงานว่า สารสกัดเห็ดเข็มทองสามารถยับยั้งเซลล์มะเร็งตับ ปอด เม็ดสีผิว เป็นต้น ซึ่งปริมาณของสารสกัดอาจจะอยู่ที่ประมาณ 15-24 มล./กก. [30]

11. เห็ดถั่งเช่า (Ophiocordyceps sinensis)

เห็ดถั่งเช่า เป็นสมุนไพรจีนที่เป็นส่วนผสมของเห็ดราและสัตว์ เกิดจากหนอนผีเสื้อกลางคืนแถบที่ราบสูงทิเบตที่จำศีลอยู่ใต้ดินในฤดูหนาว ถูกสปอร์ของเห็ดราที่ไม่ก่อให้เกิดโรคในคน ซึ่งสปอร์ดังกล่าวในสกุล Ophiocordyceps อาศัยเป็นปรสิตและเติบโตสร้างเส้นใยออกมาทางส่วนหัวของตัวหนอนในฤดูร้อน เห็ดชนิดนี้จึงมีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ophiocordyceps sinensis [31]

Ophiocordyceps sinensis
เห็ดถั่งเช่า หรือเห็ดราแมลง มีหลายสายพันธ์ทั้งที่กินได้และเป็นพิษ สาระสำคัญคือ Cordycepin ปัจจุบันสามารถเพาะได้ในโหลเพาะ ซึ่งทำให้ราคาถูกลงกว่าเก็บจากธรรมชาติ

งานวิจัยหลายชิ้นได้พิสูจน์แล้วครับว่า เห็ดถั่งเช่าอุดมด้วยวิตามิน บี12 กรดอะมิโน และแร่ธาตุหลายชนิด รวมทั้งสาร cordycepin ที่ช่วยกระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ป้องกันการติดเชื้อ ต้านอนุมูลอิสระ และต้านเซลล์มะเร็งได้ดี [18] ซึ่ง ณ เวลานี้เห็ดถังเช่าถูกใช้กันอย่างแพร่หลายในฐานะอาหารเสริมเพราะมันมีความเป็นพิษที่ต่ำมาก ส่วนมากจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายซะมากกว่าครับ [32]

ปัจจุบันมีงานวิจัยมากมายหลายชิ้นที่รายงานฤทธิ์ของเห็ดถั่งเช่าต่อเซลล์มะเร็งซึ่งจะขอแสดงตัวอย่างบางส่วนให้ได้อ่านกันครับ นักวิจัยชาวจีนได้ทำการศึกษาฤทธิ์ของเห็ดถั่งเช่าในหลอดทดลองพบว่า สารสกัดเห็ดถั่งเช่าสามารถยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์มะเร็งปอด มะเร็งกระเพาะอาหาร มะเร็งตับ และมะเร็งมดลูก เป็นต้น โดยถั่งเช่าจะเข้าไปบล็อกการทำงานของเซลล์มะเร็ง ณ S-phase ทำให้วงจรการแบ่งเซลล์ถูกหยุดลงครับ [33] ฤทธิ์ที่น่าสนใจของสารสกัดเห็ดถั่งเช่าอีกหนึ่งอย่างที่สามารถเป็นอันตรายต่อเซลล์มะเร็งก็คือ การโปรแกรมให้เซลล์มะเร็งตาย หรือ apoptosis [34]

นอกจากนี้ผลการทดลองในสัตว์ทดลองก็ยังพบอีกว่า การเจริญเติบโตและการแพร่กระจายเซลล์มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งเต้านม, มะเร็งปอด, มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก, และมะเร็งกล่องเสียง ถูกยับยั้งหลังจากสัตว์ทดลองได้รับประทานสารสกัดเห็ดถั่งเช่าครับ ที่สำคัญสารสกัดเห็ดถั่งเช่าก็ยังสามารถเพิ่มระดับและกระตุ้นภูมิคุ้มกันของร่างกายได้อย่างดีอีกด้วย [32, 33, 35]

ตารางที่ 1 แสดงสารสำคัญในเห็ดแต่ละชนิดที่มีผลต่อเซลล์มะเร็งต่างๆ

ชื่อเห็ด สารสำคัญ อวัยวะเป้าหมาย
เห็ดหลินจือ Triterpenoids มะเร็งเต้านม
เห็ดยามาบูชิตาเกะ Hericerin มะเร็งปอด, มะเร็งเม็ดเลือดขาว
Isohericerin
Polysaccharide EP-1 มะเร็งกระเพาะอาหาร
Lectin Hericium erinaceus agglutinin มะเร็งตับ, มะเร็งเต้านม, มะเร็งกระเพาะอาหาร
Polysaccharide-protein มะเร็งกระเพาะอาหาร
สารสกัดเห็ดยามาบูชิตาเกะ มะเร็งตับ, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปอด, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งเต้านม
เห็ดหอม Lentinan (beta-glucan) มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งปอด, มะเร็งตับอ่อน, มะเร็งหัวใจ, มะเร็งช่องจมูก
เห็ดกระถินพิมาน Polysaccharide-protein complex มะเร็งลำไส้
สารสกัดเห็ดกระถินพิมาน มะเร็งตับ, มะเร็งเม็ดสี, มะเร็งลำไส้, มะเร็งกระดูกอ่อน, มะเร็งเม็ดเลือดขาว
เห็ดกระดุมบราซิล Polysaccharide-protein complex (beta-glucan) มะเร็งกระดูก, มะเร็งลำไส้, มะเร็งตับ, มะเร็งต่อมลูกหมาก, มะเร็งเม็ดเลือดขาว, มะเร็งปากมดลูก มะเร็งรังไข่, มะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก
เห็ดไมตาเกะ Polysaccharide-protein complex (beta-glucan) มะเร็งปอด, มะเร็งตับ, มะเร็งเต้านม
เห็ดมัตสึทาเกะ Polysaccharide และ protein-bound polysaccharide (EA6) มะเร็งม้าม, มะเร็งตับ, มะเร็งต่อมไทมัส
เห็ดหางนกยูง Polysaccharide-protein complex มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งลำไส้, มะเร็งปากมดลูก, มะเร็งมดลูก, มะเร็งปอด, มะเร็งต่อมลูกหมาก
เห็ดนาเมโกะ Polysaccharide-protein complex มะเร็งเต้านม
เห็ดเข็มทอง Polysaccharide-protein complex มะเร็งตับ, มะเร็งปอด, มะเร็งผิวหนัง
เห็ดถั่งเช่า Cordycepin มะเร็งปอด, มะเร็งกระเพาะอาหาร, มะเร็งตับ, มะเร็งมดลูก, มะเร็งกล่องเสียง, มะเร็งเต้านม, มะเร็งต่อมลูกหมาก

ปริมาณเห็ดที่เหมาะสมในการต้านมะเร็ง

ปัจจุบันมีรายงานปริมาณของเห็ด 10 ชนิด ที่เหมาะสมที่ใช้เพื่อต่อต้านมะเร็ง งานวิจัยชิ้นนี้ถูกสร้างขึ้นมาโดยคุณโอซากิและคณะ คราวๆก็คือ เขาได้นำหนูตะเภาอายุ 5-6 สัปดาห์ (เทียบเท่าคนอายุ 15-16 ปี) มาทำการทดลองฤทธิ์การต้านมะเร็งโดยให้กินเห็ดชนิดต่างๆโดยฉีดสารก่อมะเร็งเข้าที่ขาของหนู หลังจากฉีดสารก่อมะเร็งเข้าไปแล้ว 24 ชั่วโมงก็ให้หนูตะเภากินสารสกัดจากเห็ดเป็นเวลา 10 วันติดต่อกัน [17, 18]

ผลการทดลองที่รายงานออกมาน่าทึ่งมากครับ คุณโอซากิและคณะพบว่าหนูตะเภาที่เป็นมะเร็งที่กินสารสกัดจากเห็ดชนิดต่างๆสามารถกลับกลายเป็นหนูปกติได้มากถึง 77-99% ดังที่สรุปในตารางที่ 2  ยิ่งไปกว่านั้นคุณโอซากิและคณะได้ทำการฉีดสารก่อมะเร็งครั้งที่ 2 พบว่าหนูตะเภาที่ได้กินสารสกัดจากเห็ดแต่ละชนิดไม่เป็นมะเร็งอีกต่อไปเนื่องจากเซลล์มะเร็งไม่สามารถเข้าไปฝังตัวในอวัยวะเป้าหมายได้ [17, 18]

ตารางที่ 2 แสดงปริมาณเห็ดที่เหมาะสมในการรับประทานต่อวันและเปอร์เซ็นต์ฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง

อันดับ รายชื่อเห็ด ฤทธิ์ในการต่อต้านมะเร็ง ปริมาณที่ทานต่อวัน สัดส่วนของฤทธิ์ต่อปริมาณยา
1 Agaricus blazei Murill (เห็ดกระดุมบราซิล) 99.4% 10 µg 9.94
2 Grifola umbellate (เห็ดไมตาเกะ) 98.5% 10 µg 9.85
3 Phellinus yucatensis (เห็ดกระถินพิมาน) 96.5% 30 µg 3.22
4 Tricholoma matsutake (เห็ดมัตสึทาเกะ) 91.3% 30 µg 3.04
5 Phellinus igniarius (เห็ดกระถินพิมาน) 87.4% 30 µg 2.91
6 Pholiota nameko (เห็ดนาเมโกะ) 86.5% 30 µg 2.88
7 Flammulina velutipes (เห็ดเข็มทอง) 81.1% 30 µg 2.70
8 Lentinus edodes (เห็ดชิตาเกะ) 80.7% 30 µg 2.69
9 Ganoderma lucidum (เห็ดหลินจือ) 77.8% 30 µg 2.59
10 Coriolus versicolor (เห็ดหางนกยูง) 77.5% 30 µg 2.58

ประเภทของมะเร็ง

มะเร็งเกิดจากการกลายพันธุ์ของยีนส์ภายในเซลล์ ทำให้เซลล์มีการเจริญเติบโตอย่างไม่หยุดยั้งและเซลล์นั้นยังสามารถแพร่กระจายไปทำลายอวัยวะอื่นๆ มะเร็งที่มีแหล่งกำเนิดจากเซลล์ที่ต่างกันก็จะมีวิธีการรักษาที่ต่างกัน ดังนั้นการแบ่งจำแนกประเภทของมะเร็งเพื่อระบุว่ามะเร็งนั้นเป็นเซลล์มะเร็งชนิดไหนมีความสำคัญต่อการรักษาเป็นอย่างมาก เนื่องจากว่าแพทย์จะสามารถกำหนดและหาแนวทางในการรักษาได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ ทางการแพทย์สามารถแบ่งประเภทของมะเร็งออกเป็น 5 ประเภทหลักๆ [36] ได้แก่

  1. มะเร็งคาร์ซิโนมา (Carcinoma) คือ มะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของเซลล์เยื่อบุ
  2. มะเร็งซาร์โคมา (Sarcoma) คือ มะเร็งที่เกิดจากเซลล์เนื้อเยื่ออ่อน (Soft Tissue)
  3. มะเร็งต่อมน้ำเหลือง (Lymphoma)
  4. มะเร็งเม็ดเลือดขาว (Leukemias) หรือ ลูคีเมีย
  5. มะเร็งผิวหนัง (Melanoma) คือ เป็นมะเร็งที่เกิดจากความผิดปกติของการสร้างเม็ดสีผิว

ทฤษฎีการรักษามะเร็ง

กลไกหลักของเห็ด (ส่วนมาก) ในการรักษามะเร็ง คือ

1.) เห็ดจะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันภายในร่างกาย ซึ่งการตอบสนองของเซลล์ในระบบภูมิคุ้มกัน เช่น T-lymphocyte และ NK-cell เป็นต้น ถือเป็นปราการด่านสำคัญในการกำจัดเซลล์มะเร็งที่มารุกราน

2.) เห็ดยังอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งช่วยปกป้องเซลล์จากการถูกทำลาย และป้องกันไม่ให้เซลล์ปกติกลายร่างเป็นเซลล์มะเร็ง

3.) สารบางอย่างในเห็ดยังช่วยยับยั้งไวรัส ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดมะเร็งด้วย ยกตัวอย่าง เห็ดที่มีคุณสมบัติช่วยต้านเซลล์มะเร็ง [18]

องค์กร คนหรือหน่วยงานที่เชี่ยวชาญเรื่องเห็ด

ดร. อานนท์ เอื้อตระกูล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส (เห็ด) องค์การสหประชาชาติ ปี 2524-2548 อยู่ที่ ตำบลคลองสองอำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี [37, 38] ในบรรดานักวิชาการที่คร่ำหวอดอยู่กับเห็ดในประเทศไทย ก็มีอยู่หลายท่าน แต่สำหรับ ดร.อานนท์อาจมีความแตกต่างตรงที่ท่านได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาเห็ดขององค์การอาหารและเกษตรแห่งสหประชาชาติ (FAO) ในระหว่างปี 2524-2548 นอกจากนั้น ยังได้รับเชิญเป็นที่ปรึกษาด้านเห็ดขององค์กรในต่างประเทศอีกหลายองค์กร [38]

อานนท์ไบโอเทค เป็นสถานที่สำหรับจัดการฝึกอบรมการเพาะเห็ดทั้งภาคทฤษฎีและการฝึกปฏิบัติ โดยศูนย์ดังกล่าวจะเป็นองค์กรที่ถือได้ว่าบุกเบิกเรื่องเห็ดที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย เป็นองค์กรที่ทำการค้นคว้า ศึกษาวิจัยและพัฒนาทางด้านวิชาการเรื่องของเห็ดมาอย่างต่อเนื่องและช้านาน [38]

อาจารย์ธวัช ทะพิงค์แก (อดีตอาจารย์จังหวัดเชียงใหม่) อายุ  72 ปี ผู้เชี่ยวชาญการเพาะเห็ดได้ทุกชนิดมีผลงานการันตรีทั้งในและต่างประเทศ จากงานวิจัยนวัตกรรมในการเพาะเลี้ยงเห็ดโดยเฉพาะเห็ดบัฟเฟอร์ ในถุงพลาสติกนำเห็ดบัฟเฟอร์ของอิตาลีและฝรั่งเศสมาเพาะเลี้ยงในถุงภายในห้องเพาะเลี้ยงที่สร้างขึ้นด้านข้างของตัวบ้านได้สำเร็จเมื่อราวต้นปี 2560 [39]

โดย อาจารย์ธวัช ทะพิงค์แก ได้นำเห็ดดังกล่าวมาจากเชฟร้านอาหารแห่งหนึ่งในกรุงเทพ ซึ่งตนได้ขอแบ่งมาทดลองเพาะเลี้ยงก็สำเร็จ จนกระทั่งปลายปี 2560 ได้ส่งผลงานเข้าประกวดจนประสบความสำเร็จได้รางวัลจาก ASSOCIATION OF BRITISH INVENTORS AND INNOVATORS “Gold Award” 2018 ขายในท้องตลาดกิโลกรัมนับแสนบาท เพราะเห็ดชนิดนี้จะหายากจะมีปีละครั้งเท่านั้น ทำให้มีราคาสูงมากอย่างที่ได้มาก้อนสีดำเล็กกว่าลูกปิงปองนิดหน่อยราคากิโลกรัมกว่า 3 -4 หมื่นบาท [39]

สรุป

ไม่เพียงแต่รสชาติอันโอชะของเห็ดทั้ง 10 ชนิดที่กล่าวมาแล้ว พวกมันยังมีคุณประโยชนต่อร่างกายและสามารถใช้เป็นยารักษาโรคมะเร็งได้อีกด้วย ถึงแม้ปัจจุบันยังมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ยืนยันการรักษาโรคมะเร็งของเห็ดชนิดต่างๆในมนุษย์เพียงเล็กน้อย แต่เห็ดเหล่านี้ก็ถูกใช้ในฐานนะยาแผนโบราณมาอย่างยาวนาน เห็ดทั้ง 10 ชนิดที่เราตั้งใจนำเสนอมานี้มีความเป็นพิษต่อร่างกายน้อยมากๆ ดังนั้นเราจึงสามารถรับประทานเห็ดเหล่านี้ได้อย่างสบายใจครับ

ผู้เขียน: หมอก็อต คลินิกแพทย์แผนไทย ลำพูน (โฮงยาพรมธวิหารฐ์)

ผู้แก้ไขบทความ: อรรถวัติ RX

๙ กันยายน ๒๕๖๔

——————————————————————————————-

อ้างอิง

  1. https://pharmacy.mahidol.ac.th/th/researchknowledge/article/19/เห็ดหลินจือ.
  2. https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/490205.
  3. Li, L.-F., et al., Comprehensive comparison of polysaccharides from Ganoderma lucidum and G. sinense: chemical, antitumor, immunomodulating and gut-microbiota modulatory properties. Scientific Reports, 2018. 8(1): p. 6172.
  4. Jin, X., et al., Ganoderma lucidum (Reishi mushroom) for cancer treatment. Cochrane Database Syst Rev, 2012(6): p. Cd007731.
  5. https://www.ckcordyceps.com/th/articles/127070-ยามาบูชิตาเกะ.
  6. Li, G., et al., Anticancer potential of Hericium erinaceus extracts against human gastrointestinal cancers. J Ethnopharmacol, 2014. 153(2): p. 521-30.
  7. Kim, S.P., S.H. Nam, and M. Friedman, Hericium erinaceus (Lion’s Mane) mushroom extracts inhibit metastasis of cancer cells to the lung in CT-26 colon cancer-tansplanted mice. J Agric Food Chem, 2013. 61(20): p. 4898-904.
  8. Winder, M., W. Bulska-Będkowska, and J. Chudek, The use of Hericium erinaceus and Trametes versicolor extracts in supportive treatment in oncology. Acta Pharm, 2021. 71(1): p. 1-16.
  9. https://www.pobpad.com/เห็ดหอม-ประโยชน์และสรรพ.
  10. http://www.genelifeclinic.com/%2016-ประโยชน์ของเห็ดหอม.html.
  11. Zhang, M., et al., Mushroom polysaccharide lentinan for treating different types of cancers: A review of 12 years clinical studies in China. Prog Mol Biol Transl Sci, 2019. 163: p. 297-328.
  12. Ina, K., T. Kataoka, and T. Ando, The use of lentinan for treating gastric cancer. Anti-cancer agents in medicinal chemistry, 2013. 13(5): p. 681-688.
  13. https://www.chula.ac.th/highlight/47119/.
  14. https://www.thairath.co.th/news/local/1723036.
  15. Meera, C.R., K.K. Janardhanan, and D. Karunagaran, Antiproliferative and Apoptotic Activities of the Medicinal Mushroom Phellinus rimosus (Agaricomycetes) on HCT116 Human Colorectal Carcinoma Cells. Int J Med Mushrooms, 2018. 20(10): p. 935-945.
  16. Chen, H., et al., Traditional uses, fermentation, phytochemistry and pharmacology of Phellinus linteus: A review. Fitoterapia, 2016. 113: p. 6-26.
  17. Ley, B.M., Medicinal Mushrooms for Immune Enhancement: Agaricus Blazei Murill, Discover the Beta Glucan Secret (Health Learning Handbook). 2001.
  18. https://medthai.com/7-เห็ดต้านมะเร็ง/.
  19. https://www.komchadluek.net/kom-lifestyle/113525.
  20. https://today.line.me/th/v2/article/8RW8Jz.
  21. Bandara, A., et al., Polyporus umbellatus, an Edible-Medicinal Cultivated Mushroom with Multiple Developed Health-Care Products as Food, Medicine and Cosmetics: A Review. Cryptogamie Mycologie, 2015. 36: p. 3-42.
  22. https://sukkaphap-d.com/9-สรรพคุณประโยชน์ของเห็/.
  23. Hou, Y., et al., Anti-microorganism, anti-tumor, and immune activities of a novel polysaccharide isolated from Tricholoma matsutake. Pharmacognosy magazine, 2013. 9(35): p. 244-249.
  24. Ikekawa, T., Beneficial Effects of Edible and Medicinal Mushrooms on Health Care. 2001. 3(4): p. 8.
  25. Wang, Y., et al., Tricholoma matsutake Aqueous Extract Induces Hepatocellular Carcinoma Cell Apoptosis via Caspase-Dependent Mitochondrial Pathway. 2016. 2016: p. 9014364.
  26. Habtemariam, S., Trametes versicolor (Synn. Coriolus versicolor) Polysaccharides in Cancer Therapy: Targets and Efficacy. Biomedicines, 2020. 8(5).
  27. https://en.wikipedia.org/wiki/Pholiota_microspora.
  28. Zhang, Y., et al., A novel antitumor protein from the mushroom Pholiota nameko induces apoptosis of human breast adenocarcinoma MCF-7 cells in vivo and modulates cytokine secretion in mice bearing MCF-7 xenografts. Int J Biol Macromol, 2020. 164: p. 3171-3178.
  29. https://sites.google.com/site/hedtxtanmareng/.
  30. Tang, C., et al., Golden Needle Mushroom: A Culinary Medicine with Evidenced-Based Biological Activities and Health Promoting Properties. Frontiers in Pharmacology, 2016. 7.
  31. https://th.wikipedia.org/wiki/ถั่งเช่า.
  32. Ma, M.-w., et al., Cordyceps sinensis Promotes the Growth of Prostate Cancer Cells. Nutrition and Cancer, 2018. 70(7): p. 1166-1172.
  33. Yan, P., Q.-Y. Shou, and H.-Y. Fu, Applications of Cordyceps sinensis in Cancer. J Altern Complement Integr Med, 2020. 8(108).
  34. Jin, Y., et al., Anti-tumor and anti-metastatic roles of cordycepin, one bioactive compound of Cordyceps militaris. Saudi J Biol Sci, 2018. 25(5): p. 991-995.
  35. Cai, H., et al., Extracts of Cordyceps sinensis inhibit breast cancer cell metastasis via down-regulation of metastasis-related cytokines expression. J Ethnopharmacol, 2018. 214: p. 106-112.
  36. https://amprohealth.com/story/type-of-cancer/.
  37. https://www.technologychaoban.com/agricultural-technology/article_29413.
  38. http://siweb1.dss.go.th/qa/search/search_description.asp?QA_ID=986.
  39. http://www.cm77.com/news/general/detail/item/690.html.