ว่านมหากาฬ และว่านหัวน่วม

ว่านมหากาฬ และว่านหัวน่วม

ยังมีว่านที่ใช้ในเชิงสมุนไพร รายการหนึ่ง ที่ได้ผลชะงัดและเป็นที่รู้จักกันดีของหมอยาในอดีตทั้งหลาย นั่นคือว่านที่เรียกว่า “ว่านมหากาฬ” และยังมีอีกตัวหนึ่งที่สรรพคุณทางยาเหมือนกัน และมีการใช้และเรียกสลับกันไปจนหาข้อสรุปได้ยาก วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยกันครับ

ว่านมหากาฬ ชนิดใบเขียวล้วน
ว่านมหากาฬ ชนิดใบเขียวล้วน

ตำราที่ระบุข้อมูลว่านมหากาฬ

ว่านมหากาฬนี้มีกล่าวในตำราโบราณหลายเล่ม ได้แก่

  • “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์ หน้า ๕๐
  • “ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด” โดย พยอม วิไลรัตน์ หน้า ๖๐-๖๑
  • “ตำราปลูกและดูลักษณะว่าน” โดย อุตะมะ สิริจิตโต หน้า ๖๓-๖๔
  • “ตำราว่านวิเศษอันศักดิ์สิทธิ์” โดย อาจารย์ชั้น หาวิธี หน้า ๕๖
  • “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ หน้า ๓๐๔-๓๐๕
  • “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น หน้า ๓๙
  • “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร หน้า ๘๖

ตามตำราดังกล่าวข้างต้นกล่าวโดยรวมคือ ลักษณะ ว่านมหากาฬ Gynura pseudochina

ว่านมหากาฬ Gynura pseudochina

ว่านนี้เป็นว่านคู่กับว่านมหาปราบ ถ้าผู้ใดหามาเลี้ยงไว้ได้ทั้ง ๒ อย่างแล้ว ก็เท่ากับได้สิ่งอันมีค่าอย่างยิ่งมาไว้ เพราะสามารถป้องกันภัยอันตรายทั้งปวงได้

ว่านมหากาฬ ชนิดใบแดงเรื่อๆ
ว่านมหากาฬ ชนิดใบแดงเรื่อๆ

ลักษณะ เป็นไม้ลงหัว ใบคล้ายใบผักกาด งอกแผ่อยู่บนดิน ใบหนาแข็งมีเว้าเป็นหยัก ๆ คล้ายใบฝิ่น ถ้าออกใบใหม่ ๆ มักเป็นสีม่วงแก่ ตามแขนงของใบเป็นสีขาว ก้านใบแก่เข้าจะเปลี่ยนจากสีม่วงเป็นสีขาวเหมือนใบ มีหัวใต้ดิน เนื้อในหัวเป็นสีขาว ดอกสีเหลืองเป็นฝอยคล้ายดอกดาวเรือง แต่ดอกเล็กมาก ชูก้านสูงขึ้นมาจากดินราว ๑ ฟุต ดอกอยู่บนเป็นกระจุก ว่านนี้มีหลายชนิด คือ

๑. สีเขียวล้วน

๒. สีแดงเรื่อ ๆ

๓. สีแดงเข้ม

มีปลูกกันตามบ้านหมอแผนโบราณและตามสวนยาจีนทุกแห่ง

ประโยชน์ แพทย์ตามชนบทใช้ใบสด ๆ โขลกผสมกับสุรา ปิดพอกฝีหรือหัวลำมะลอก ทำให้เย็นถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน หัวว่านกินดับพิษกาฬ พิษร้อน แก้ไข้พิษเซื่องซึมกระสับกระส่าย  แก้พิษอักเสบ

การปลูก ๆ ไม่สู้ยาก ใช้ดินร่วน ๆ หรือปนทรายบ้าง เป็นดินปลูกก็ขึ้นงาม อย่าให้น้ำแฉะ โดยปกติเป็นว่านชอบให้ทรมานน้ำ หากแห้ง ๆ อยู่ก็จะงอกงามดี

ว่านมหากาฬ ชนิดใบแดงเข้ม
ว่านมหากาฬ ชนิดใบแดงเข้ม

ชื่อที่เรียกกัน ว่านมหากาฬ (กรุงเทพฯ) ผักกาดกบ (เพชรบุรี) หนาดแห้ง (โคราช)  คำโคก (ขอนแก่น เลย)  ผักกาดนกเขา (สุราษฎร์)  จีนเรียก อังตังปึง ว่านมหากาฬเป็นว่านที่ได้รับการยอมรับจากกระทรวงสาธารณะสุขให้ใช้เป็น ๑ ใน ๕๓ รายการของยาสมุนไพรสำหรับงานสาธารณะสุขมูลฐาน ดังนี้

สรรพคุณ :

หัว 

–  รับประทานแก้พิษอักเสบ ดับพิษกาฬ พิษร้อน

–  แก้ไข้พิษเซื่องซึม แก้เริม

ใบสด

–  ขับระดู

–  ตำพอกฝี หรือหัวละมะลอก งูสวัด เริม ทำให้เย็น ถอนพิษ แก้ปวดแสบปวดร้อน

หัวว่านมหากาฬ จากหนังสือ อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์ เล่ม ๑ โดยเชษฐา พยากรณ์
หัวว่านมหากาฬ จากหนังสือ อภินิหารว่านศักดิ์สิทธิ์ เล่ม ๑ โดยเชษฐา พยากรณ์

วิธีและปริมาณว่านมหากาฬที่ใช้

ใช้ใบสด ๕-๖ ใบ ล้างน้ำให้สะอาด ตำในภาชนะทีสะอาด ใส่พิมเสนเล็กน้อย

ใช้ใบสด ๕-๖ ใบ โขลกผสมกับสุรา ใช้น้ำทา และพอกบริเวณที่เป็นด้วยก็ได้

ข้อสังเกต

– ในการใช้ว่านมหากาฬรักษาเริม และงูสวัด เมื่อหายแล้ว มีการกลับเป็นใหม่น้อยกว่าเมื่อใช้เหล้าขาว

ตำราที่ระบุข้อมูลว่านหัวน่วม

ส่วนว่านหัวน่วมนั้นตามตำราว่านเก่ากล่าวไว้หลายเล่มเช่นกัน ได้แก่

  • “ตำหรับ กระบิลว่าน” โดย หลวงประพัฒสรรพากร หน้า ๓๔
  • “ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด” โดย พยอม วิไลรัตน์ หน้า ๖๑
  • “ตำราปลูกและดูลักษณะว่าน” โดย อุตะมะ สิริจิตโต หน้า ๕๗
  • “ตำราคุณลักษณะว่าน และ วิธีปลูกว่าน” โดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ หน้า ๔๒๗-๔๒๘
  • “ตำรากบิลว่านฉบับสมบูรณ์” โดย ร.ต.สวิง กวีสุทธิ์ ร.น หน้า ๓๘-๓๙
  • “กบิลว่าน ๑๐๘” โดย สมาน คัมภีร์ และ ทัศนา ทัศนมิตร หน้า ๘๘

ตามตำราดังกล่าวข้างต้นกล่าวโดยรวมคือ ว่านหัวน่วม (ดาวเรืองโคก) Gynura integrifolia

ว่านหัวน่วม (ดาวเรืองโคก) Gynura integrifolia

เป็นว่านที่แพร่หลายและนิยมปลูกกันมากเหมือนกัน แม้จะหาง่ายหน่อย แต่อานุภาพของว่านนี้ก็มีพอตัวทีเดียว ว่านนี้มีเป็น ๒ พันธุ์ ตามเนื้อในหัวของว่าน คือ

(๑) ชนิดมีเนื้อในหัวเป็นสีขาว

(๒) มีเนื้อในหัวเป็นสีแดง

แต่ทั้ง ๒ ชนิดมีคุณประโยชน์เหมือนกัน

ว่านหัวน่วม จุดตัดที่ต่างจากว่านมหากาฬคือ ใบต้องเป็นขอบเว้าเข้าไป ดังรูป
ว่านหัวน่วม จุดตัดที่ต่างจากว่านมหากาฬคือ ใบต้องเป็นขอบเว้าเข้าไป ดังรูป

ว่านหัวน่วมชนิดที่ ๑

ลักษณะ ใบคล้ายใบผักกาด ใบมีสีเขียวกว่าใบไม้ทั้งปวง เป็นจักรเว้าเข้าไปกลางใบ บางทีเว้าเข้าไปมาก บางใบก็น้อยไม่แน่นอน ขนาดของใบมีเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน แล้วแต่ความเจริญของลำต้นเป็นเกณฑ์  ขอบใบเป็นสีม่วงอ่อน ๆ หัวกลม ๆ ยาวๆ มีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน ยิ่งมีอายุมากก็ยิ่งหัวโตขึ้น ดอกมีสีเหลืองเล็ก ๆ คล้ายดอกดาวเรือง เป็นก้านชูขึ้นมาจากหัวสูงเด่นขึ้นมา คล้ายว่านมหากาฬ ลักษณะพิเศษเมื่อขุดเอาหัวว่านนี้ขึ้นมาจากดิน ทิ้งไว้ ๕-๖ วัน หัวว่านจะนิ่มคล้ายกับจะฝ่อ

หัวของว่านหัวน่วม รูปจาก หนังสือ ๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๑ โดย เชษฐา พยากรณ์ จะเห็นว่าหัวเหมือนว่านมหากาฬ
หัวของว่านหัวน่วม รูปจาก หนังสือ ๑๐๘ ว่านมหัศจรรย์ เล่ม ๑ โดย เชษฐา พยากรณ์ จะเห็นว่าหัวเหมือนว่านมหากาฬ

ประโยชน์ เป็นว่านอยู่ยงคงกระพันชาตรี คือถ้ามีหัวว่านติดตัวไปด้วย สามารถคุ้มครองกันขวากหนามเขี้ยว เขา นอ งา และกระบอง ยิ่งกินหัวว่านนี้เข้าไปโดยเสกด้วย “นะโมพุทธายะ” เสีย ๓ ครั้งก่อนกินด้วยแล้ว จะสามารถต่อสู้กับอริศัตรูจำนวนมากคนได้ โดยมิต้องเสียเลือดเลยแม้แต่สักน้อยนิดเดียว (ว่านนี้กล่าวกันว่า ถูกตีจนหัวน่วมแล้ว ยังไม่แตกสักแผลเลย)

ว่านนี้ทางแถบนครสวรรค์เรียกว่า ว่านแจง

การปลูก เป็นว่านปลูกง่าย แพร่พันธุ์ง่าย จึงหาไม่สู้ยาก ระวังแต่เรื่องน้ำอย่ารดให้โชกเท่านั้น

ว่านหัวน่วมชนิดที่ ๒
ว่านหัวน่วมชนิดที่ ๒

ว่านหัวน่วมชนิดที่ ๒

ลักษณะ คล้ายกับชนิดที่ ๑ ทุกอย่าง เว้นแต่เนื้อในหัวไม่ใช่สีขาว เป็นสีแดงเรื่อ ๆ

ประโยชน์ ใช้เสกด้วย “นะโมพุทธายะ” ๓หรือ ๗ ครั้งก่อนที่จะกินหัวว่านนี้ เมื่อกินเข้าไป

แล้วจะรู้สึกซ่าไปทั่วทุกขุมขน คงกระพันชาตรียิ่งนัก

การปลูก เป็นว่านปลูกง่าย ขยายพันธุ์ได้ง่ายมาก ใช้ดินปนทรายหรือดินร่วน ๆ ปลูกก็ขึ้นงอกงามดี ระวังในเรื่องน้ำอย่าให้โชกต้นเท่านั้น.

และว่านหัวน่วมนี้ยังมีอีกชนิดหนึ่งที่เป็นคนละชนิดกับข้างต้นซึ่งกล่าวในตำราของ

  • “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์ หน้า ๔๕-๔๖

“ตำรากบิลว่าน และต้นยาวิเศษนานาชนิด” โดย พยอม วิไลรัตน์ หน้า ๖๑-๖๒

บรรยายลักษณะว่านหัวน่วมอีกชนิดหนึ่ง จากหนังสือ “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์
บรรยายลักษณะว่านหัวน่วมอีกชนิดหนึ่ง จากหนังสือ “คู่มือนักเล่นว่าน” โดย ล.มหาจันทร์

กล่าวโดยรวมคือ หัวกลมยาวคล้ายหัวกระเทียมหรือหัวหอม ขนาดหัวใหญ่เท่ากับหอมหัวใหญ่ ใบกลมไม่มีหยัก ก้านเขียวเหมือนอุตพิษ ใบเขียวกว่าใบไม้ทุกชนิด กินแล้วจะรู้สึกซาบซ่าไปทุกขุมขน ให้เสกด้วย “นะโมพุทธายะ” เป็นคงกระพันอยู่คงชั่วเบา

การปลูกเหมือนว่านทั่วไปแต่อย่าให้ชุ่มน้ำมากจะทำให้หัวเน่าได้

ว่านปรอท หรือตะพิตเล็กชนิดใบกลม ตัวนี้กินแล้วคันซู่ซ่า
ว่านปรอท หรือตะพิตเล็กชนิดใบกลม ตัวนี้กินแล้วคันซู่ซ่า

ว่านนี้น่าจะกลุ่มพวกอุตพิษ Typhonium sp. หรือพวกบุกใบกลมครับ ต้นจริงๆตามตำรายังหาข้อสรุปไม่ได้ ถ้าตำราไม่ได้เจาะจงว่าหัวใหญ่เท่าหัวหอมใหญ่ ต้นนี้น่าจะเป็นพวกตะพิดเล็กใบกลม ดังรูปด้านบนครับ

 

เรียบเรียงโดย อรรถวัติ กบิลว่าน

ผู้เผยแพร่ หมอก็อต คลินิกแพทย์แผนไทย ลำพูน (โฮงยาพรมธวิหารฐ์)

            ๒๘ ต.ค. ๒๕๕๖

—————————————————————————————-