ว่านพระอาทิตย์
ว่านนี้เป็นว่านคู่กันกับว่านพระจันทร์ นัยว่ามีเทวดารักษา ถ้าใครหาไว้ได้คู่กับว่านพระจันทร์แล้ว จะทำให้เกิดศิริมงคลเป็นศรีแก่ผู้มีว่านทั้งคู่นี้ไว้เป็นอันมาก
ชื่อวิทยาศาสตร์
Boesenbergia sp. หรือ Gastrochilus sp.
ชื่อวงศ์
วงศ์ขิง (Zingiberaceae)
ลักษณะ
หัวคล้ายกับหัวหอม เมื่อผ่าหัวออกจะแลเห็นเนื้อข้างในเป็นสีน้ำเงินอ่อน ๆ คือ สีคราม ตรงกลางเนื้อขาว ริมขอบเป็นสีน้ำเงินแก่ถึงเกือบดำ ก้านแดงดังสีปานนกแขกเต้า ใบเขียวกลางใบเหมือนเอาเส้นหมึกกาไว้เป็นรอย ใบคล้ายใบระก่ำที่เพิ่งออกก้านแดงคล้ำ ข้อที่ควรสังเกตคือใบของว่านนี้ มักจะออกมาเป็นสามใบทุกครั้ง เช่นเดียวกับพืชจำพวกถั่ว เช่น ถั่วพู ถั่วฝักยาว ออกดอกตามโคนต้นเป็นช่อสั้น ๆ กระจุกเกษรยาว เป็นสีแดงสวยงามมาก ขณะมีดอกใบจะเหี่ยวแห้งไปหมดเลย ดอกจะบานทีละดอกสองดอก ไม่บานพร้อมกันทั้งช่อ
ประโยชน์
มีคุณในทางป้องกันภัยทางบ้านดีนัก ถ้ามีผู้ใดต้องคุณผี ท่านให้เอาว่านนี้บดน้ำบริสุทธิ์ กินบ้าง ทาบ้าง หายได้รวดเร็ว เวลาไปขุดเอาว่านนี้มา ให้ดูฤกษ์ดียามดี แล้วชำระร่างกายนุ่งห่มให้สะอาด เมื่อพระอาทิตย์ขึ้นจึงมาขุดได้ แล้วต้องเอาไปนมัสการจะดี คือกราบไหว้อธิษฐาน เอาตามความต้องการของตนเถิด
ถ้าเอาหัวว่านแกะเป็นรูปพระนารายณ์ ๔ กร แล้วเศกด้วยคาถาว่า “อมวินากัสสะ รัตสะปะติโช สวาหะ” เศกให้ครบ ๑๐๐๐ คาบ จะไปแห่งหนใดมีชัยชนะ และเป็นเสน่ห์แก่มนุษย์และเทวดาทุกแห่งไป
หรือจะเอาหัวว่านมาแกะเป็นรูปพระพุทธรูปปางสมาธิ แล้วเข้าพิธีปลุกเศกให้มีพระพุทธาธิคุณเพิ่มขึ้น จึงนำติดตัวไปด้วยเสมอ จะป้องกันสารพัตภูตผีภยันตรายต่าง ๆ จากการถูกกระทำยำยีทั่วไปทุกอย่าง
หรือจะแกะเป็นรูปพระแล้วเศกด้วยคาถา “นะโมพุทธายะ” ให้ได้ ๑๐๘ คาบ จึงเอาติดตัวไปก็จะป้องกันภยันตรายได้สารพัดเหมือนกัน
การปลูก
จำเป็นต้องระมัดระวังให้ภาชนะที่จะใส่ดินที่จะปลูก น้ำที่จะนำมารด เป็นของสอาดปราศจากมลทิลโทษใด ๆ เพราะว่านนี้แพ้สิ่งไม่เป็นมงคลทั้งปวง ถ้ามีสิ่งโสโครกเสนียดมาแผ่วพานยังบริเวณที่ปลูกว่านแล้ว จะทำให้ว่านนี้ตายได้ง่าย ๆ อนึ่ง ในการปลูกว่านนี่ ถ้าเจริญงอกงามก็มักจะเป็นผลทำให้เจ้าของว่านพรอยมีลาภเพิ่มผลสมบูรณ์พูนสุขเจริญยิ่ง ๆ ขึ้นด้วยอย่างน่าพิศวงเหมือนกัน ใช้ตัวว่านปลูก น้ำที่รดเศกดว้ยคาถา “นะโมพุทธายะ” ๓ จบก่อนจึงรด
บทคัดลอกจาก “ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน” โดย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
เผยแพร่โดย ทีมงาน www.farmssb.com


