ว่านเสือ
เป็นว่านชนิดดีและหาได้ยากมากอีกอย่างหนึ่ง ผู้ใดพบเห็นว่านนี้แล้ว ควรหาเลี้ยงเอาไว้เถิด จะมีคุณประโยชน์อย่างมาก
ลักษณะ
หัวโตขนาดกำมือ และมีรูปร่างคล้ายนาคราช ดอกคล้ายเกล็ดปลากะโห้ วันเดียวเปลี่ยนสีได้ ๓ อย่าง ตามก้านมีเป็นเกล็ด ใบเขียว มีกลิ่นเหม็นสาบคล้ายกลิ่นสาบเสือ ไม่ว่าจะ เด็ดที่หัว ที่ดอก ที่ก้าน หรือใบแห่งใด ๆ ย่อมมีกลิ่นสาบเสือทุกแห่ง คล้ายกับหล่อน้ำเลี้ยงต้นมีกลีบอย่างนั้นเอง ใบเป็นแว่นลายเส้นสีเขียนเหมือนกับเขียนเอาไป
ประโยชน์
ว่านนี้ถ้าต้องการทดลองว่าจะเป็นว่านเสือแท้หรือไม่ ท่านให้เอาหัวว่านมาบดให้ละเอียด เอาใส่หม้อเอาผ้าขาวผูกปากหม้อไว้ ๗ ชั้น เอาเนื้อสดใส่ต้มเหน็บไว้บนหลังคา ถ้าเป็นว่านเสือชนิดแท้แล้ว ว่านในหม้อที่ผูกปากไว้นั้นจะมีกำลังมาก แม้ถึงร่างกายจะแก่เฒ่าแล้วก็ตาม ก็ยังมีความสามารถจะยกแบกกระบือทั้งตัว ๆ ได้ เพราะอานุภาพของว่านบรรดาลให้เป็นไปดุจพระยาเสือโคร่ง ทั้งเป็นผลทำให้เกิดคงกระพันชาตรีอีกด้วย คมหอกคมดาบไม่สามารถจะลิ้มโลหิตได้เลย แต่ก่อนจะกินว่านนี้ ท่านให้เศกด้วยคาถาดังต่อไปนี้เสียก่อน “พุทธิ พุทเธหิ เต เชหิ ธัมมะธัมเมหิ สะเต เชหิ สังฆะ สังเฆหิ เตชหิ อิติปิโสภควา อรหังนะโม นะมะหัง สุนทรัง สวาหะ” เศกให้ ได้ ๑๐๐๐ จบเสียก่อนจึงกินหัวว่าน
อีกตำราหนึ่งมีคาถาตอนนี้ผิดกัน มีดังนี้
“พุทธิ พุทเธหิ เตเชหิ ธัมมัง ธัมเม สังฆัง สังเฆ เตเชโนมะ อิติปิโสภควา อรหัง นัมหะมันทะระ สวาหัง” จำนวนเศก ๑๐๐๐ คาบเหมือนกัน
อีกตำราหนึ่งมีคาถาว่าดังนี้
“พุทธะ พุทเธหิ เตเชหิ ธัมมะ ธัมเมหิ เตเชหิ อิติปิโสภควา นะโมนะมะหัง สุนทะรัง สะวาหะ” จำนวนครั้งที่เศกเพียง ๑๐๘ คาบ การเศกควรตั้งใจให้เป็นสมาธิภาวนาจริง ๆ จึงจะเกิดผลดีจริง
การปลูก
ปลูกโดยใช้หัวว่าน ควรปลูกในกระถางเคลือบหรือกระถางปูนซเมนต์ เพราะว่านนี้ชอบเย็นมาก ๆ ใช้ดินร่วน ๆ หรือดินปนทรายก็ได้ รดน้ำพอสมควร น้ำที่รดต้องเศกด้วย “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” ๓ ครั้ง น้ำรดอย่าให้โชก ว่านนี้ถ้าจะต้องวางถูกแดด ควรให้ถูกเพียงรำไร อย่าให้ถูกโดยตรงเพราะว่านนี้ไม่ชอบถูกแดดจัด
บทคัดลอกจาก “ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน” โดย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
เผยแพร่โดย ทีมงาน www.farmssb.com


