ว่านเพ็ชรนารายณ์ หรือว่านนารายณ์
ลักษณะ
ใบและก้านมีสีเขียว รูปคล้ายหอก ดอกแดงเหมือนดอกหงอนไก่ ฝักดอกมีสีขาวในเดือน ๑๒ จึงจะออกดอก
ประโยชน์
เมื่อต้องการจะขุดเอาว่านนี้ ต้องหาวันฤกษ์ดียามดีจึงมาขุดเอาไป แล้วนำไปผึ่งแดดในที่สูง ครั้นถึงวันเดือนดับ คือวันสิ้นเดือนแรม ๑๕ ค่ำ จึงแต่งเครื่องบูชามีข้าวตอกดอกไม้ กุ้งพร่าปลายำ อันเป็นเครื่องกระยาบวช แล้วจึงแกะเป็นรูปพระนารายณ์ มือขวาถือดอกบัว มือซ้ายถือสังฆ์ มือขวาบนถือจักร มือซ้ายบนถือพระขรรค์ แล้วเศกด้วยคาถานี้ “อมชัยยะ ชัยยะ ประชัยยะ ปราชัยยะ อหัง มหาเพ็ช สะตูรยะยัง สัพพะลาภัง สะวาหะ” เศกให้ได้ ๑๐๘ คาบ ก่อนเศกหันหน้าไปทางทิศบูรพา แล้วเอาพระธาตุของพระอรหันต์กับรูปที่แกะนี้ใส่ในตลับทองรวมกันไว้ เอาไปที่ไหน ๆ หรือจะไปสู่สงครามผจญข้าศึกศัตรู นำติดตัวไปด้วย ย่อมมีชัยชนะทุกประการ ทั้งเป็นเสน่ห์มหานิยมและเป็นณะจังงังอีกด้วย
อีกตำราหนึ่งว่า เมื่อแกะเป็นรูปพระนารายณ์ ๔ กรแล้ว ให้เศกด้วยคาถานี้ “โอม พระนารายณ์เจ้าเอ๋ย โอมไชยะ ไชยะ ปราชัยยะปราชัยยะ มหาเทวา สัพพะอินทรา นะมะพะทะ วินัสสันติ” เศก ๑๐๘ ครั้ง ขณะเศกให้หันหน้าไปทางทิศบูรพา เมื่อเศกเสร็จแล้วให้นำเอารูปที่แกะกับพระธาตุของพระอรหันต์ใส่ไว้ด้วยกันในตลับทองคำ แล้วเศกด้วยคาถา “อิติปิโสภควาถึงภควาติ” อีก ๑๐๘ คาบ เวลาจะไปไหนให้นำติดตัวไปด้วย แม้จะต้องไปในราชการสงครามหรือต้องผจญภัย ต่อสู้ข้าศึกศัตรู ย่อมมีชัยชนะทุกสิ่งทุกประการ ทั้งเป็นเสน่ห์และเกิดจังงังแก่ศัตรูอีกด้วย
การปลูก
เหมือนการปลูกว่านธรรมดา
บทคัดลอกจาก “ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน” โดย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
เผยแพร่โดย ทีมงาน www.farmssb.com



