ว่านหางช้าง หรือ ว่านแม่ยัพ
Belamcanda chinenisis (DC) วงศ์ว่านแม่ยัพ (Iridaceae)
ว่านนี้โดยธรรมชาติชอบขึ้นตามริมห้วย หนอง บึง และสระ มีผู้ปลูกตามบ้านตามสวน หรือตามวัดบ้าง เพื่อประโยชน์ใช้ทำยาโดยมาก
ลักษณะ
เป็นไม้ขนาดเล็กมีลำต้นกลม อยู่ใต้ดินเป็นข้อ ๆ มีใบแบนคล้ายใบว่านน้ำ แตกออกจากลำต้นสูงประมาณ ๖๐ ซม. ถึง ๑ เมตร ออกเป็นแผงคล้ายต้นกล้วยฝรั่ง ใบสีเขียวเป็นรูปยาว ริมใบเรียบ ปลายใบแหลมรูปคล้ายหอก ดอกสีเหลือง ๆ ออกเป็นช่องาม ดอกหนึ่งมี ๕ กลีบมีประแดง สืบพันธุ์ด้วยหน่อ
ประโยชน์
ปลูกไว้ในบ้านกันภัยอันตรายต่าง ๆ ที่มีผู้กระทำมา คือ
ต้น แก้คุณอันบุคคลกระทำด้วย หนัง
ใบ แก้คุณอันบุคคลกระทำด้วย เนื้อ
ดอก แก้คุณอันบุคคลกระทำด้วย ผม
ราก แก้คุณอันบุคคลกระทำด้วย กระดูก
โบราณถือว่าบ้านใดมีว่านนี้ปลูกไว้กับบ้าน จะช่วยคุ้มภัยต่าง ๆ
ทางยา แพทย์ตามชนบทใช้ใบว่านนี้ ๓ ใบปรุงเป็นยาต้มเป็นยาระบายอุจจาระ และแก้ระดูพิการของสตรีได้ดีอีกด้วย
ชื่อที่เรียกกัน ว่านหางช้าง (ไทย) ว่านมีดยับ (พายัพ) อังกฤษเรียก Blackberry Lily, Leopard Flower
การปลูก
ใช้ดินร่วน ๆ ปลูก ข้อสำคัญระวังในเรื่องกดดินอย่าให้แน่น ถ้ากดแน่นนักดินจะอุ้มน้ำไว้ ทำให้น้ำแฉะขังอยู่นาน หัวว่านบางชนิดมักเน่าเสียง่าย สำหรับว่านนี้ชอบน้ำตามธรรมชาติ แต่ดินแน่นมากพืชใด ๆ ก็ไม่อาจปลูกในดินแน่น ๆ อย่างนั้นได้
บทคัดลอกจาก “ตำราคุณลักษณะว่านและวิธีปลูกว่าน” โดย สมาคมพฤกษชาติแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์
รวบรวมและเรียบเรียงโดย นายเลื่อน กัณหะกาญจนะ
เผยแพร่โดย ทีมงาน www.farmssb.com


